ครอบครัวชาวสิงห์บุรี หอบโฉนดร้องทนายรัชพล ถูก 2 หน่วยงานรัฐรุกล้ำที่ดินทั้งหน้าทั้งหลัง พอไปค้านบอกให้อยู่เฉยๆ สุดท้ายบ้านโดนรื้อ
วันที่ 24 พ.ค.2569 ที่สำนักงานทนายความ ทนายรัชพล ศิริสาคร ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี นายณัฐพล อายุ 35 ปี พร้อม น.ส.การะเกด อายุ 37 ปี นายแคลวิน อายุ 73 ปี และนางกัลยานี อายุ 72 ปี ครอบครัวชาว จ.สิงห์บุรี หอบโฉนดที่ดินที่หมู่ 7 ต.บางมัญ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี เข้าขอความช่วยเหลือกับ ทนายรัชพล ระบุ ครอบครัวได้รับความเดือดร้อน ถูกบังคับให้รื้อถอนบ้านและถูกรุกสร้างถนนสาธารณะกินพื้นที่โดยไม่ได้ค่าเวนคืน
น.ส.การะเกด เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาครอบครัวได้ครอบครองที่ดินผืนนี้มานานหลายสิบปี โดยแม่ซืัอต่อมาแล้วให้น้องสาวแม่เป็นผู้รับโอนเอาไว้ก่อน ต่อมาตนก็ย้ายไปทำมาหากินอยู่ที่ระยองตามพ่อที่ย้ายไปทำงานประจำที่นั้น จนกระทั่งครอบครัวย้ายกลับมาปักหลักในที่ดินของตัวเอง แล้วพบว่าที่ดินที่เคยมีอยู่ 2 งาน 23.7 ตารางวา ปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 1 งาน 27 ตารางวา หายไป 100 ตารางวา จากการถูกหน่วยงานรัฐ 2 หน่วย สร้างเขื่อนรุกล้ำเข้ามาในที่ดินด้านหน้าที่อยู่ติดกับแม่เจ้าพระยา และยังมาถูกก่อสร้างถนนรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ด้านหลังอีกด้วย เหมือนถูกปล้นถูกเฉือนที่ดินไปฟรี ๆ โดยหน่วยงานรัฐ
” พอทักท้วงไปทางเทศบาลก็อ้างว่า เขาสร้างรุกล้ำมานานเกิน 10 ปี เป็นสิทธิ์ของหลวง เป็นอำนาจโดยชอบธรรมไปแล้ว พวกเราไม่มีสิทธิ์ไปร้องเรียนใดๆ ให้อยู่เฉยๆ จนครอบครัวคิดว่าคงไม่มีสิทธิ์ร้องเรียนเอาที่ดินที่เสียไปกลับคืน จนกระทั่งวันหนึ่งเห็นผ่านรายการข่าวว่า กรณีแบบนี้ทนายรัชพลบอกว่าสามารถฟ้องร้องหน่วยงานรัฐเรียกค่าเสียหายได้ ทำให้ครอบครัวมีหวังจึงติดต่อทนายรัชพลมาเพื่อขอความช่วยเหลือ ”
ด้านนางกัลยานี บอกว่า เคยพยายามเข้าไปขอความเป็นธรรมกับนายกเทศบาลเรื่องให้รื้อถอน แต่นายกบอกว่าให้อยู่เฉยๆ เราก็นึกว่าบ้านยังคงไม่ถูกรื้อเพราะอยู่ในขั้นตอนเจรจาขอผ่อนผัน แต่ปรากฏว่าผ่านไปไม่กี่วันเทศบาลส่งคนมารื้อบ้านพักเฉย พูดจากลับไปกลับมาจนทำให้โรคเบาหวาน ความดันพุ่ง
เบืัองต้นทนายรัชพล รับเรื่องร้องเรียนขอความช่วยเหลือพร้อมเร่งรวบรวมเอกสารต่างๆ เพื่อนำเรื่องการรุกล้ำที่ดินไปสร้างสาธารณะประโยชน์โดยไม่ได้ความยินยอมจากเจ้าที่ดิน จากการดำเนินการของหน่วยงานรัฐทั้งสองแห่งไปยื่นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาลผ่านทางสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีต่อไป

