ตำรวจจับแล้ว หนุ่มรปภ.บุกแทงกิ๊กสาวเจ็บ แล้วขโมยจยย.ขี่หนี เปิดปากปมหึงหวงกลัวสาวไปมีแฟนใหม่ ขณะที่ฝ่ายหญิงขอเลิกเด็ดขาด อีกทั้งผัวทำงานอยู่ไต้หวันเห็นข่าวโทรมาขอเลิก ลั่นพร้อมอยู่คนเดียว ทำงานเลี้ยงลูก
วันที่ 25 พ.ค.2569 จากเหตุการณ์นายศราวุธ อายุ 29 ปี บ้านอยู่ ต.เชียงพิณ อ.เมือง จ.อุดรธานี ใช้มีดสปาต้าแทงกิ๊กสาว น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 31 ปี บาดเจ็บเป็นแผลฉกรรจ์ที่แขนทั้งสองข้าง แล้วขโมยรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านหลบหนีไป เหตุเกิดช่วงค่ำ วันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมาบริเวณชุมชนในเขตเทศบาลนครอุดรธานี
ความคืบหน้าคดีนี้ เมื่อเวลา 12.30 น. ที่สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.ชัยรัตน์ ประสารพันธ์ รอง ผกก.ป. พ.ต.ต.บรรเทิง ทัพโยธา สว.สส. พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวน “พิรุณ” ร่วมแถลงจับกุมตัวนายศราวุธ โดยตำรวจแกะรอยตามไปจับกุมได้ที่บ้านพักเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา
จากการสอบสวนรับสารภาพว่า รู้จักกับน.ส.เอ ผ่านเฟซบุ๊กได้ 1 ปีก็ตกลงคบกันไปมาหาสู่กันบ้าง เช้าวานนี้เสพยาบ้าไป 1 เม็ดแล้วไปทำงานรปภ. ช่วงเย็นนั่งดื่มเหล้ากับเพื่อนจนมีอาการเมาแล้วโทรหาน.ส.เอ เกิดทะเลาะกันเรื่องที่ตนกลัวว่าน.ส.เอ จะไปมีแฟนใหม่ ด้วยความหึงหวงเลยจะมาตามกลับบ้านเกิดทะเลาะกันหนักขึ้นจึงใช้มีดที่พกไว้ขณะทำงานแทง ไม่ได้เตรียมมาก่อเหตุ รู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวนายศราวุธ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพหน้าห้องเช่า โดยมีชาวบ้านที่ทราบข่าวพากันมามุงดูเหตุการณ์ หนึ่งในนั้นเป็นชายอายุ 42 ปี พยายามแหวกกลุ่มตำรวจเข้ามาทำร้าย เนื่องจากโกรธแค้นที่เป็นผู้ชายแล้วมาทำร้ายผู้หญิง ตำรวจรีบให้นายศราวุธ ชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพก่อนนำตัวกลับไปสอบสวนแจ้งข้อหาส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ขณะที่น.ส.เอ เปิดเผยว่า ตนมีสามีอยู่แล้วมีลูกด้วยกัน 1 คน ตอนนี้สามีไปทำงานอยู่ไต้หวัน โดยปีที่แล้วตนจับได้ว่าสามีคุยกับผู้หญิงอื่นมีเรื่องทะเลาะกัน ตนก็เลยไปคุยกับนายศราวุธ เพราะเหงาและลองคบกันดู ไม่นานสามีก็จับได้ ตนก็เลิกกับนายศราวุธไป ต่อมาจับได้อีกว่าสามีไปคุยกับผู้หญิงอื่น เลยกลับมาคุยกับนายศราวุธ แรกๆก็เป็นคนดี แต่พักหลังเริ่มหึงหวง พูดจาไม่รู้เรื่อง หาว่าเราจะไปมีแฟนใหม่ จะกลับไปหาผัวเก่า หรือไปมีผัวฝรั่ง
“เมื่อวานนี้ก็โทรมาหาอยู่ตลอด เราก็รำคาญ ไม่นานเขาก็ตามมาที่ร้านส้มตำบอกให้ตนปลดบล็อกเฟซบุ๊ก เขาพยายามจะมาหยิบเอาโทรศัพท์ไปเราก็ไม่ให้ พอดีเห็นว่าเขาพกอะไรมาด้านหลัง เราก็ระวังตัวอยู่แล้วเขาก็ชักมีดออกมาแทงจริงๆ ตอนนี้สามีที่ไต้หวันรู้เรื่องจากข่าวและขอเลิกกับเราไปอีกครั้งแล้ว เราก็พร้อมอยู่คนเดียว ตั้งใจทำงานเลี้ยงลูกต่อไป”



