ป้านกพิราบในตำนาน ไม่เลิกป่วน เมินคำสั่งศาล บุกปีนรั้ว พังข้าวของเพื่อนบ้าน กลับจากโรงพักยังก่อเหตุซ้ำ เพื่อนบ้านเปิดใจใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวง
วันที่ 26 พ.ค.2569 ผู้สื่อข่าว รายงานความคืบหน้าจากกรณีที่ น.ส.จารุภา อายุ 60 ปี เดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.บางบัวทอง เพื่อดำเนินคดีกับนางประไพศรี อายุ 76 ปี หรือป้านกพิราบ ที่ผู้คนในหมู่บ้านขนานนามให้ หลังจากมีพฤติกรรมสร้างความเดือดร้อน ด้วยการให้อาหารนกพิราบ แมวจรจัดในหมู่บ้านไปทั่ว แม้ชาวบ้านจะรวมตัวไปร้องต่อศาลปกครองกลาง จนมีคำสั่งห้ามให้อาหารสัตว์ภายในหมู่บ้านแห่งนี้ก็ตาม
ล่าสุดพฤติกรรมเริ่มหนักข้อขึ้น เมื่อนางประไพศรี วัย 76 ปี ปีนรั้วประตูบ้านเข้าไปกลั่นแกล้งเพื่อนบ้าน จนทำให้ น.ส.จารุภา หอบคลิปวีดีโอหลักฐานขณะที่นางประไพศรีปีนรั้วประตูเข้าไปในบ้าน
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกตัวนางประไพศรีมาเจรจาไกล่เกลี่ยคดี ก่อนที่จะยินยอมชดใช้ค่าเสียหายที่ไปทำให้เครื่องปั๊มน้ำและรั้วประตูไม้ระแนงบ้านของ น.ส.จารุภา เจ้าของบ้านได้รับความเสียหายเป็นเงินจำนวน 10,990 บาท ในวันนี้ต่อหน้าเจ้าหน้าทึ่ตำรวจ
ล่าสุดเมื่อเวลา 18.30 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังหมู่บ้านดังกล่าวอีกครั้ง โดยพบว่ามีกลุ่มชาวบ้านที่ทราบข่าวว่าบ้านของ น.ส.จารุภาถูกปีนรั้วประตูบ้านเข้าไปกลั่นแกล้งจนทำให้เครื่องปั้มน้ำได้รับความเสียหาย ยืนจับกลุ่มพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความไม่พอใจ
เพราะแม้จะทำเรื่องยื่นร้องไปจนถึงศาลปกครอง ซึ่งมีคำสั่งให้ปรับเงินนางประไพศรีพร้อมกับห้ามให้อาหารกับสัตว์ต่างๆในหมู่บ้านแล้ว แต่นางประไพศรีก็ยังคงตระเวนเดินให้อาหารสัตว์อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกวัน โดยไม่สนใจคำสั่งศาลปกครองหรือคำสั่งของทางเทศบาลแต่อย่างใด จนกลายเป็นที่เอือมระอาของผู้คนในหมู่บ้านจนแทบไม่มีใครสนทนากับนางประไพศรีด้วย
ต่อมาหลัง น.ส.จารุภา ผู้เสียหายเดินทางกลับจากโรงพักมาที่บ้านพักที่เกิดเหตุ จึงพบว่ารั้วไม้ระแนงประตูหน้าบ้านแตกหักมีร่องรอยเสียหายเพิ่มเติม จึงได้ขอเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้ามทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดอีกครั้ง จึงพบว่านางประไพศรีได้เดินมาที่หน้าบ้านของ น.ส.จารุภา ก่อนจะลงมือพยายามปีนเหยียบรั้วระแนงเพื่อจะปีนเข้าบ้านอีกครั้ง หลังจากที่ น.ส.จารุภากำลังเดินทางไปเข้าแจ้งความกับนางประไพศรี เมื่อเวลา 14.22 น.
โดยในระหว่างที่ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบนั้นมีชาวบ้านในหมู่บ้านนำคลิปพฤติกรรมของนางประไพศรีที่ยังคงเดินให้อาหารนกบนหลังคาบ้าน รวมทั้งคลิปที่กำลังปีนบันไดด้านข้างกำแพงของของเพื่อนบ้านเพื่อนำไปตีใส่กล้องวงจรปิดจนเสียหาย ก่อนที่นางประไพศรีเองจะพลาดตกบันไดลงมา โดยเหตุการณ์เกิดปี 68 ที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการแจ้งความดำเนินไว้ที่สภ.บางบัวทอง
น.ส.จารุภา ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ครั้งแรกประตูรั้วที่พังเกิดเมื่อวันที่ 25 เม.ย.69 ตนจึงไปแจ้งความจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกผู้ก่อเหตุไปปรับเป็นเงิน 2,000 บาทเมื่อวันที่ 13 พ.ค.69 ต่อมาวันที่ 17 พ.ค.69 ช่วง 00.07 น. ซึ่งเป็นครั้งที่ 2 ผู้ก่อเหตุได้ปีนบ้านตนอีกครั้ง และได้เปิดน้ำประปาบ้านตนทิ้ง ซึ่งวันนี้ได้เข้าพบตำรวจและจ่ายค่าเสียหายค่าปั้มน้ำกับรั้วพังมา 10,990 บาท
จากเหตุการที่เกิดขึ้นทำให้ตนต้องอยู่อย่างหวาดระแวง ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันลำบาก ตนตื่นขึ้นมาตอนเช้าต้องออกมาหน้าบ้านมาตรวจสภาพรถว่าถูกทุบไหม มาดูว่ามีขยะแปลกๆ มีขี้แมวมาโยนใส่ไหม ตนคิดว่าหลังจากนี้ตนต้องโดนแกล้งมากขึ้นอีก จึงได้ให้ช่างมาติดกล้องวงจรปิด
ถ้าเขามาวุ่นวายอีกจะแจ้งความอีก พอวันนี้กลับมาถึงบ้านพบว่าประตูหน้าบ้านแตกเพิ่มอีกเป็นครั้งที่ 3 ซึ่งตนคงจะไม่ขอยอมความแล้วต้องดำเนินคดีให้เข็ด เพราะไม่อย่างนั้นคงมีครั้งที่ 4 ตามมาอีก
น.ส.จารุภา กล่าวอีกว่า ชาวบ้านแถวนี้เดือดร้อนหมด ขนาดบ้านตนอยู่ห่างบ้านผู้ก่อเหตุ 4 หลังยังได้รับความเดือดร้อนเลย เอาขยะไปทิ้งบ้านคนอื่น ตนเพิ่งย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านนี้ได้แค่ 1 ปี ต้องเจอขยะ ขี้แมว เปิดน้ำทิ้ง งัดรั้ว ปีนเข้าบ้าน เขาคอยมาดูว่าตนล็อกประตูรั้วไหม บางครั้งก็แอบเข้าไปในบ้านตน ซึ่งเพื่อนบ้านถ่ายคลิปไว้ได้ ตนรู้สึกว่าไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเลย ไม่มีความสุข อาหารนกก็ยังให้เหมือนเดิม ขี้นกก็เต็มหลังคาบ้าน รั้วบ้านทุกคนเดือดร้อนหมด
ทางด้านนางศศิธร อายุ 65 ปี เพื่อนบ้านซึ่งอยู่ติดบ้านนางประไพศรี กล่าวว่า ตนยังคงเห็นเขาให้อาหารนกบนหลังคาบ้านอยู่เหมือนเดิม เจอแบบนี้มาเป็น 10 ปี ไม่อยากพูดว่าทุกวันนี้เสียสุขภาพจิตขนาดไหน แม้กระทั่งวันที่เอาบันไดไปปีนตีกล้องวงจรปิดเพื่อนบ้าน ซึ่งตนยืนอยู่หน้าบ้านเห็นเหตุการณ์พอดี ยังร้องเตือนไปว่าระวังตกลงมา แต่ไม่ทันขาดคำเขาก็ร่วงตกลงมาหัวกระแทกพื้น
จากนั้นเขาก็ถือบันได้กลับบ้านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนเรื่องความสัมพันธุ์ของเขากับเพื่อนบ้านมันไม่มีแล้ว ตนสังเกตพฤติกรรมของเขามานานเหมือนเขาจะมีความสุขทุกครั้งที่ได้แกล้งคน ทุกวันนี้เขายังคงเดินให้อาหารทั้งนกทั้งแมวแทบทุกซอยในหมู่บ้าน ทางประธานชุมชนก็ส่งคลิปร้องเรียนเทศบาลไปแต่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นเลย
ในเบื้องต้น ทาง น.ส.จารุภา เจ้าของบ้านผู้เสียหายจะเดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนางประไพศรีป้านกพิราบตัวตึงของหมู่บ้านแห่งนี้อีกครั้ง หลังพบว่านางประไพศรีแอบมาปีนรั้วประตูบ้านเข้าไปอีกครั้ง ซึ่งในครั้งนี้ น.ส.จารุภายืนยันว่าจะไม่ยอมความ แต่จะขอดำเนินคดีตามกฏหมายให้เป็นตัวอย่าง



