เจ้าภาพแจง ชาวต่างชาติไม่ได้สั่งปิดงานบวชเกาะพะงัน ยันไม่มีการโต้เถียง หลังจากอธิบายเขาก็เข้าใจประเพณี เผยเขาไม่ใช่อิสราเอล หรือ รัสเซีย วอนหยุดดราม่า คนโพสต์ลงข้อมูลมั่ว
วันที่ 8 มิ.ย. 2569 กรณีเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับชาวต่างชาติเข้าไปทักท้วงงานอุปสมบท ที่วัดในพื้นที่ อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี จนถูกนำเสนอในลักษณะว่ามีการคัดค้านหรือพยายามยุติกิจกรรมทางประเพณีของชุมชนนั้น
ล่าสุดเจ้าภาพงาน ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงว่า ชาวต่างชาติที่เช่าบ้านอยู่ใกล้วัดเพียงเข้ามาสอบถามเรื่องเสียงดัง เนื่องจากลูกเล็กนอนไม่หลับ ทางเจ้าภาพจึงอธิบายว่าเป็นงานอุปสมบทตามประเพณีของชาวเกาะพะงันที่สืบทอดกันมายาวนาน หลังจากได้รับคำอธิบาย เขาก็เข้าใจและกลับไป ไม่มีการโต้เถียงหรือความขัดแย้งรุนแรงใด ๆ
เจ้าภาพงานโพสต์ข้อความชี้แจงลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า จากกรณีน้ำผึ้งหยดเดียวทำให้ทุกอย่างมันเป็นเรื่องบานปลาย เหตุเกิดจากงานบวชหลานชายที่วัด อำเภอเกาะพะงัน ในขณะตอนที่มีดนตรีซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ไม่ว่าจะเป็นงานแต่งงานบวชงานรื่นเริงบันเทิงอะไรก็แล้วแต่ย่อมจะต้องมีเสียงเพลง
หลังจากนั้นเกิดเหตุการณ์ว่ามีฝรั่งที่มาเช่าบ้านอยู่ข้างเคียงกับบริเวณวัด ช่วงนั้นเวลาประมาณสัก 4 ทุ่มเห็นจะได้ ฝรั่งท่านนั้นเข้ามาที่บริเวณวัดสอบถามเรื่องเสียงที่ดัง ทางเราก็อธิบายไปว่าเป็นการจัดงานประเพณีการอุปสมบท ซึ่งมีมาช้านานตั้งแต่บรรพบุรุษ หลังจากนั้นฝรั่งท่านนั้นก็กลับไป
แต่ว่ามีการลงเฟซงว่าฝรั่งมาปิดงาน มาทำให้ประเพณีเสื่อมสลาย ซึ่งด้วยความเป็นจริงมันไม่ใช่เหตุการณ์เป็นแบบนั้น เราไปพบปะเจรจากับฝรั่งท่านนั้นเขาก็เข้าใจแต่ด้วยเหตุผลในค่ำคืนนั้นที่เราจัดงาน เขามาเช่าบ้านอยู่ข้างวัดลูกเขายังเล็ก ๆ นอนไม่หลับ เขาก็มาถามว่าเราจะจัดปาร์ตี้เหรอ เราก็อธิบายไป พออธิบายไปในเรื่องของประเพณีนี้เขาก็เข้าใจ
หลังจากลงเฟซไปกลายเป็นดราม่ายิ่งใหญ่ ผมไม่เข้าใจนะครับทำไมต้องแชร์เรื่องราวแบบนี้ออกไปมากมายมหาศาล พวกคุณต้องการอะไรผมไม่รู้ พวกคุณต้องการจะสร้างสรรค์หรือทำลายผมไม่ทราบ แต่ที่แน่ ๆ ผมในฐานะเจ้าภาพ
ผมไปเคลียร์กับฝรั่งแล้วว่าคุณต้องเข้าใจว่าบริบทในการเป็นอยู่ของคนที่นี่ของคนเกาะพะงันเขาอยู่กันแบบไหน ประเพณีไม่ว่าจะเป็นงานวัดงานบวช งานแต่ง หรืองานศพ ทุกอย่างมีที่มาที่ไป หลังจากเราอธิบายเขาก็เข้าใจ
แต่สื่อต่าง ๆ ที่ออกไปคุณไม่รู้บริบทของคนเกาะว่าเขาอยู่กันแบบไหนมาก่อน อยู่ ๆ คุณก็มา คอมเมนต์กันแบบสนุกสนานที่คนเกาะเราอยู่กันมาอย่างไร ฝรั่งเขาไม่เข้าใจขนบธรรมเนียมประเพณี แต่คุณอธิบายให้เขาฟังสิ มนุษย์ไม่ใช่สัตว์ การพูดการเจรจาย่อมพูดกันได้ ถ้าคุณคิดว่าพูดไม่ได้แล้วคุณเป็นใครขอบคุณครับ
คณะผู้จัดงานอีกราย โพสต์ข้อความยืนยันอีกว่า “ข่าวปลอมครับ เขาแค่มาบอกว่าให้ช่วยลดเสียง ไม่ได้มาสั่งปิดงานครับ สาเหตุ ลูกเขายังเล็ก เด็กตกใจ อีกอย่างเขาไม่ใช่อิสราเอล หรือ รัสเซีย คณะทีมงานได้เข้าไปคุยแล้วคับวันนี้ (เป็นการสื่อสารกันผิดกับคนที่เอาไปลงโพสต์ครับ) เป็นนักท่องเที่ยว”
อย่างไรก็ตาม หลังจากมีการเผยแพร่เรื่องราวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง และถูกตีความไปในหลายมิติ จนกลายเป็นประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับวัฒนธรรมท้องถิ่นและการอยู่ร่วมกันระหว่างชุมชนกับชาวต่างชาติ