ผู้ป่วยนอนติดเตียงร้อง ข้างบ้านเลี้ยงหมา 13 ตัว เห่าดังทั้งคืน ส่งกลิ่นเหม็น เจ้าของหมาเผยครอบครัวเลี้ยงไว้ตั้งแต่แม่ยังมีชีวิตอยู่ รับดูแลเหนื่อยเหมือนกัน ขอเวลา 30 วันหาสถานที่รองรับ
วันที่ 8 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านในพื้นที่ ต.หนองฉาง จ.อุทัยธานี ร้องเรียนว่ามีบ้านหลังหนึ่งเลี้ยงสุนัขจำนวน 13 ตัว ส่งเสียงเห่าหอนรบกวนทั้งกลางวันและกลางคืน รวมทั้งมีกลิ่นมูลสัตว์และปัสสาวะรุนแรง จนส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของเพื่อนบ้าน
จากการลงพื้นที่พบ นายมานพ อายุ 76 ปี ผู้ป่วยติดเตียง และนางนงเยาว์ ภรรยา ซึ่งเป็นผู้ร้องเรียน ให้ข้อมูลว่า เดิมเคยเปิดร้านขายข้าวราดแกงและร้านขายของชำให้กับพนักงานห้างค้าปลีกในพื้นที่ แต่ต้องยุติกิจการ เนื่องจากลูกค้าไม่สามารถทนต่อกลิ่นจากสุนัขที่โชยเข้ามาภายในบ้านได้
นางนงเยาว์ พาผู้สื่อข่าวตรวจสอบบริเวณหน้าบ้าน พร้อมชี้ให้ดูบ้านของเพื่อนบ้านที่เลี้ยงสุนัข โดยระบุว่า ทุกครั้งที่มีการล้างทำความสะอาดพื้นบ้าน น้ำเสียจะไหลลงสู่ท่อระบายน้ำสาธารณะ พร้อมเศษมูลสัตว์และปัสสาวะ ส่งกลิ่นเหม็นรุนแรง โดยเฉพาะช่วงบ่ายที่ลมพัดเข้าบ้าน ทำให้สมาชิกในครอบครัวได้รับความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง
จากการสังเกตการณ์ของผู้สื่อข่าวบริเวณหน้าบ้านดังกล่าว พบสุนัขจำนวนมากส่งเสียงเห่าหอนอยู่ภายในบ้าน สร้างความรำคาญให้กับผู้สัญจรผ่านไปมา
นายมานพ กล่าวว่า ตนได้รับผลกระทบจากกลิ่นและเสียงรบกวนมาเป็นเวลานาน แม้จะเป็นผู้ป่วยติดเตียง แต่ยังได้รับผลกระทบจากกลิ่นที่เข้ามาภายในบ้านตลอดทั้งวัน ส่วนในช่วงกลางคืน สุนัขมักส่งเสียงเห่า หอน และกัดกันเป็นประจำ ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ
โดยก่อนหน้านี้ได้ร้องเรียนไปยังเทศบาลตำบลหนองฉางแล้ว 2 ครั้ง แต่ปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม จึงตัดสินใจร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน
ต่อมา นายไพโรจน์ รัศมี ปลัดเทศบาลตำบลหนองฉาง พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและตำรวจ สภ.หนองฉาง เดินทางเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงที่บ้านของ น.ส.จุฑารัตน์ เจ้าของสุนัข
นายไพโรจน์ กล่าวว่า จากการนั่งสังเกตการณ์บริเวณดังกล่าวเป็นเวลาประมาณ 30 นาที พบว่ามีกลิ่นสุนัขและมีเสียงเห่ารบกวนตลอดเวลาเมื่อมีผู้เดินผ่าน ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นเหตุรำคาญตามกฎหมายสาธารณสุข และส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและจิตใจของผู้อยู่อาศัยในพื้นที่
ด้าน น.ส.จุฑารัตน์ ชี้แจงว่า สุนัขทั้งหมดเป็นสุนัขที่ครอบครัวเลี้ยงไว้ตั้งแต่สมัยมารดายังมีชีวิตอยู่ ปัจจุบันมีทั้งหมด 13 ตัว ยอมรับว่าการเลี้ยงสุนัขจำนวนมากในพื้นที่ดังกล่าวอาจไม่เหมาะสม แต่ไม่ต้องการนำสุนัขไปปล่อยเพราะสงสาร จึงขอเวลา 30 วันในการหาสถานที่รองรับ โดยตั้งใจจะนำสุนัขจำนวน 9 ตัวไปอยู่ในสถานที่ที่เหมาะสม ส่วนอีก 4 ตัวจะยังคงเลี้ยงดูต่อไป
น.ส.จุฑารัตน์ ยังเปิดเผยว่า หลังเลิกสอนหนังสือในแต่ละวัน ต้องกลับมาดูแลและให้อาหารสุนัขทั้งหมด โดยมีค่าใช้จ่ายในการซื้ออาหารเฉลี่ยวันละประมาณ 300 บาท พร้อมยอมรับว่าการดูแลสุนัขจำนวนมากเป็นภาระที่ค่อนข้างหนักและเหนื่อย
ภายหลังการหารือ เจ้าหน้าที่ได้บันทึกถ้อยคำและทำข้อตกลงร่วมกันเป็นลายลักษณ์อักษร โดยหากไม่ดำเนินการตามที่รับปากไว้ภายในระยะเวลาที่กำหนด อาจถูกดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป




