สาววัย 20 ปี ร้อง ไปทำงานวันแรก แต่ถูกผู้จัดการร้านลวงไปขืนใจ ส่งคลิปมาขู่ซ้ำ ด้านตัวแทนร้านยืนยันเด็กสมยอมเอง ไม่มีการบังคับใด ๆ

8 มิ.ย. 69 – น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 20 ปี เข้าร้องเรียนสื่อมวลชน หลังถูกผู้จัดการร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวเมืองนครราชสีมา ล่อลวงไปข่มขืนกระทำชำเราตั้งแต่วันแรกที่เข้าทำงาน พร้อมส่งคลิปวิดีโอมาข่มขู่ซ้ำ

น.ส.บี เปิดเผยว่า เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ที่ผ่านมา เป็นวันแรกที่ตนเดินทางไปทำงานในตำแหน่งพนักงานเสิร์ฟ โดยไปถึงที่ร้านในช่วงเวลาประมาณ 20.00 – 21.00 น. แต่เมื่อไปถึงกลับไม่พบพนักงานเสิร์ฟคนอื่น ๆ เลย

ต่อมาผู้ต้องหาซึ่งทราบชื่อภายหลังคือ นายก้อง ได้เข้ามาบอกว่าให้หาที่นั่งรอสักพัก เดี๋ยวมีพนักงานคนอื่นตามมาสมทบอีก ก่อนจะให้ตนเดินไปดูห้องพักพนักงานที่อยู่หลังร้าน ตอนนั้นตนหลงเชื่อจึงยอมตามไป เพราะคิดว่าพนักงานคนอื่น อาจกำลังแต่งตัวเตรียมทำงานอยู่ภายในห้องพักด้วย

แต่เมื่อไปถึงห้องพัก นายก้อง ได้กระชากแขนของตนลงที่นอน ก่อนลงมือขืนใจทันที ตนพยายามขัดขืนแสดงออกชัดเจนว่าไม่ยินยอม แต่ไม่สามารถสู้แรงได้

น.ส.บี กล่าวต่อทั้งน้ำตาว่า เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก ตนเป็นเพียงเด็กที่ตั้งใจมาสมัครงานหาเงินเลี้ยงชีพ แต่ต้องมาเจอเรื่องเลวร้ายเช่นนี้ ทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มทำงาน ยังไม่มีลูกค้าเข้าร้านด้วยซ้ำ หลังเกิดเหตุ นายก้อง ยังส่งคลิปวิดีโอข่มขู่จะทำร้ายร่างกายมาหาเธอ โดยให้ผู้หญิงอีกคนในร้านเป็นคนอัดคลิปพูดข่มขู่ว่า “มึงมาเลย กูจะตบมึง” ยิ่งสร้างความหวาดกลัวให้ตนเป็นอย่างมาก

ตนได้ทราบข้อมูลเพิ่มว่า นายก้อง ที่วางมาดอ้างตัวว่าเป็นเจ้าของร้าน แท้จริงแล้วเป็นเพียงผู้จัดการร้านเท่านั้น ที่สำคัญคือไม่ได้มีแค่ตนคนเดียวที่ตกเป็นเหยื่อ แต่มีผู้เสียหายรายอื่น ๆ ที่เคยโดนกระทำในลักษณะเดียวกันมาแล้วนับ 10 คน ในจำนวนนี้มีน้องผู้หญิงที่อายุเพียง 17 ปี ด้วย

ตนยืนยันอย่างหนักแน่น ว่าจะแจ้งความดำเนินคดีกับผู้จัดการหื่นรายนี้ให้ถึงที่สุด จะไม่มีการยอมความใด ๆ ทั้งสิ้น พร้อมฝากวิงวอนไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยเร่งรัดติดตามคดี ลากตัวผู้กระทำความผิดเข้าคุกโดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้ไปทำลายอนาคตของหญิงสาวรายอื่นอีก

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ น.ส.ศิริกัญญาพร อายุ 44 ปี รองผู้จัดการร้าน เปิดเผยว่า ไม่ใช่การบังคับขืนใจ แต่เป็นการสมยอมทั้งสองฝ่าย เนื่องจากวันเกิดเหตุเป็นวันแรกที่พนักงานสาวมาทำงาน พบว่ามีท่าทีคลอเคลียใกล้ชิดกับผู้จัดการร้าน ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินตามกันเข้าไปในห้องพักหลังร้านด้วยความเต็มใจ ไม่มีการบังคับ ซึ่งระหว่างตนกำลังไปหยิบของ ก็ได้ยินเสียงกิจกรรมชัดเจน เนื่องจากห้องดังกล่าวไม่เก็บเสียง จึงเลี่ยงเดินออกมาเพราะเกรงใจ

หลังจากเกิดเหตุ พนักงานสาวได้ทักแชทมาหาผู้จัดการร้านเพื่อขอเงิน 3,000 บาท ซึ่งร้านมีหลักฐานตรงนี้ จึงตั้งข้อสังเกตว่าหากถูกข่มขืนจริงเหตุใดจึงมีการทักมาขอเงิน และไม่ได้มีการโวยวายใด ๆ ในตอนแรก จึงเชื่อว่าเป็นการพึงพอใจกันทั้งสองฝ่าย และเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเพียงการให้เพื่อตอบแทนน้ำใจ ไม่ใช่เรื่องของการค้าประเวณีแน่นอน ส่วนที่มีการนำเรื่องไปโพสต์ลงโซเชียลจนทำให้ร้านได้รับความเสียหาย นายก้อง อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกลับในข้อหาหมิ่นประมาท พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน