ออกหมายเรียก ลูกค้าหลังไปซื้อโจ๊ก 5 ถุง แล้วขอเซ็นไม่ได้ ชักปืนออกมาขู่ เบื้องต้นพบเป็นชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ แต่ยังไม่พบว่าเป็นตำรวจตามที่กล่าวอ้าง
วันที่ 9 มิถุนายน 2569 ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์คลิปจากกล้องวงจรปิดภายในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งจำหน่ายโจ๊ก ก๋วยจั๊บ ในพื้นที่ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เผยให้เห็นพฤติกรรมของชายรายหนึ่งที่เข้ามาสั่งอาหาร ก่อนมีปากเสียงและพูดจาข่มขู่เจ้าของร้าน หลังขอเซ็นค้างค่าอาหารแต่ถูกปฏิเสธ
จากคลิปพบว่า ชายรูปร่างสูง ผมยาว สวมเสื้อที่มีอักษรย่ออ้างอิงถึงหน่วยงานสืบสวนตำรวจแห่งหนึ่ง ขับรถยนต์มาจอดหน้าร้านและสั่งโจ๊กจำนวน 5 ถุง พร้อมขอเซ็นค้างชำระโดยอ้างว่าไม่มีเงินสดติดตัว แต่เจ้าของร้านปฏิเสธ เนื่องจากมียอดค่าอาหารค่อนข้างสูง ส่งผลให้ชายคนดังกล่าวแสดงอาการไม่พอใจ นั่งจ้องหน้าเจ้าของร้านในลักษณะกดดัน พร้อมพูดจาข่มขู่ โดยเจ้าของร้านพยายามหลีกเลี่ยงการโต้ตอบและสอบถามว่าจะสั่งอาหารหรือไม่ ก่อนที่ชายรายดังกล่าวจะเดินกลับขึ้นรถ พร้อมด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายแล้วขับออกจากร้านไป
อย่างไรก็ตาม หลังจากขับรถออกไปได้ไม่นาน ชายคนเดิมได้ขับรถย้อนกลับมาจอดบริเวณหน้าร้านอีกครั้งในลักษณะกีดขวางการจราจร ก่อนลงมาสั่งอาหารและนั่งจ้องหน้าเจ้าของร้านซ้ำ พร้อมพูดจาในทำนองข่มขู่อีกหลายครั้ง โดยระหว่างอยู่ภายในร้านยังมีพฤติกรรมจับบริเวณเอวเป็นระยะ คล้ายมีอาวุธหรือสิ่งของติดตัวอยู่ ก่อนกล่าวทิ้งท้ายในลักษณะคุกคามว่า “เดี๋ยวมึงเจอกู” แล้วขับรถออกไป
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าของร้านได้นำหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัยของตนเอง พนักงานในร้าน และลูกค้าที่มาใช้บริการ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา
ความคืบหน้าทางคดี พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผู้กำกับการ สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า หลังรับแจ้งความ ชุดสืบสวนได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและข้อมูลรถยนต์ที่เกี่ยวข้องทั้ง 2 คัน จนทราบตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องแล้ว เป็นชายอายุ 52 ปี ชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ มีชื่อเล่นว่า “ไก่” โดยพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกให้เข้าพบภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2569 เพื่อให้ปากคำและชี้แจงข้อเท็จจริง
ส่วนกรณีที่ชายผู้ก่อเหตุสวมเสื้อที่มีอักษรย่ออ้างอิงถึงหน่วยงานสืบสวนตำรวจนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่ โดยต้องรอการสอบสวนเพิ่มเติม ขณะที่การตรวจสอบเบื้องต้นจากหน่วยงานที่ถูกกล่าวอ้าง พบว่าบุคคลและรถยนต์ที่ปรากฏในคลิปไม่ใช่เจ้าหน้าที่ในสังกัดแต่อย่างใด