ปทุมธานี จับแล้ว ต่างด้าวโหด ฆ่านายหน้าชาวพม่า สารภาพ แค้นหางานให้ทำไม่ได้ จ่ายค่าดำเนินการ ผู้ตาย 8,000 บาท ผ่าน 10 วัน ไมได้งานทำ เครียดทะเลาะผู้เสียชีวิต ก่อนก่อเหตุสลด
9 มิถุนายน 69 – ที่ สภ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 , พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 พล.ต.ต.พิรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.หฤษฎ์ คำจุมพล
ผกก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.อุษฎี หิรัญรัตน์ ผกก.สภ.ลาดหลุมแก้ว พ.ต.อ.ปฏิฐพงษ์ ศรีเพ็ญประกา ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.1 เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน บก.สส.ภ.1 เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน บก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี และเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.ลาดหลุมแก้ว

ร่วมแถลงข่าวการจับกุมตัว นาย ไน เลน อายุ 50 ปี สัญชาติพม่า ในข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และหลบหนีเข้าเมือง พร้อมของกลางที่ใช้ก่อเหตุ มีด ปลายแหลม 1 เล่ม ค้อน 1 อัน
พล.ต.ท.วัฒนา กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 มิ.ย.2569 เวลาประมาณ 23.38 น.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลาดหลุมแก้ว ได้รับแจ้งจากกู้ภัยหน้าไม้ ว่ามีเหตุหญิงถูกทำร้ายเสียชีวิตอยู่ที่บ้านพักไม่มีเลขที่ด้านหลังมูลนิธิส่งเสริมศาสนาอิสลาม ม.3 ต.หน้าไม้ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี

จึงประสานทางเจ้าหน้าที่สถานบันนิติเวชศาสตร์ และแพทย์นิติเวช ร่วมไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุ พบศพผู้เสียชีวิตคือ นางตินวย มาวิน (ซินดี้) อายุ 43 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บนพื้นภายในห้องนอน สภาพที่ ศีรษะถูกตีน่วมด้วยของแข็งไม่มีคม จำนวน 15 แผล จึงได้ร่วมกันตรวจที่เกิดเหตุ
จากการตรวจที่เกิดเหตุ พบค้อนตอกตะปู และมีดปลายแหลมเปื้อนคราบเลือดถูกซ่อนไว้ในถังน้ำ ภายในห้องน้ำ ภายในบ้าน และพบโทรศัพท์มือถือของผู้ตายถูกซ่อนไว้ในหม้อหุงข้าวซึ่งวางไว้ภายในตู้กับข้าวในห้องครัวพื้นครัวมีหยดเลือดหยดและผนังห้องมีเลือดสาดจึงได้จัดเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจพิสูจน์

สอบสวน นายเอฟโดรา หรือ เอฟ บุตรชายผู้ตาย ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุประมาณ 10 วันก่อนได้มีเพื่อนชายชาวพม่ามาอาศัยอยู่ด้วย ต่อมาวันเกิดเหตุเวลาประมาณ 10.49 น. นายเอฟ บุตรชายผู้ตายได้ออกจากบ้านไปทำงานตามปกติ ที่บ้านจึงเหลือแต่ผู้ตายกับชายพม่าอยู่กัน 2 คน
ช่วงเที่ยงพยายามจะติดต่อแม่ โดยระหว่างที่บุตรชายทำงานอยู่ข้างนอกได้โทรศัพท์หาผู้ตาย แต่ผู้ตายไม่รับสาย จนกระทั่งเวลา 23.07 น. บุตรชายผู้ตายได้เลิกงานและกลับมาบ้าน จึงพบว่า แม่ถูกทำร้ายเสียชีวิต ภายในห้อง ส่วนชายชาวพม่า ที่มาอาศัยอยู่กับแม่หายตัวไป จึงได้แจ้งสายด่วน 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สืบสวน พบว่า เมื่อช่วงเวลา 11.58 น. ชายชาวพม่าได้เดินเท้าออกจากบ้านที่เกิดเหตุ ซึ่งมีทางเข้าทางออกได้ทางเดียว ผ่านกล้องวงจรปิด บริเวณทางเข้ามูลนิธิส่งเสริมศาสนาอิสลาม ลักษณะท่าทางลุกลี้ลุกลนพิรุธน่าสงสัย โดยในมือถือถุงพลาสติกสีขาวขุ่นติดไปด้วย และสวมใส่หน้ากากอนามัยปิดบังอำพรางใบหน้า
จากนั้นชายชาวพม่าคนดังกล่าวได้เดินสวนทางไปตามถนน 340 (ตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี) ทิศทางมุ่งหน้าไปทางสุพรรณบุรี กล้องวงจรปิดพบว่า ชายคนดังกล่าวได้มาลงรถแท็กซี่สีขาวเหลือง ที่บริเวณแยกบางพวงค์ แล้วเดินทางมุ่งหน้าไป อำเภอบางบัวทอง ก่อนขึ้นรถแท็กซี่สีเหลือง บริเวณหน้าปั๊มน้ำมันเชลล์ มุ่งหน้าไปทางสุพรรณบุรี
ฝ่ายสืบสวนจึงได้ติดต่อเจ้าของรถแท็กซี่คันดังกล่าว จึงทราบว่า ได้นำชายชาวพม่าไปส่งที่โรงงานล้างขวดภายใน ต.สามชุก จ.สุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน จึงติดตามไปที่โรงงาน และพบตัวชายพม่าลักษณะตรงตามกล้องวงจรปิด ทราบชื่อนายไน เลน อายุ 50 ปี อยู่ที่บ้านพักคนงานของโรงงาน จึงได้แสดงตัวเพื่อเข้าทำการจับกุม

พล.ต.ท.วัฒนา กล่าวต่อว่า จากการสอบปากคำ นายไน เลน ผู้ต้องหา ได้ยอมรับสารภาพรับทราบข้อกล่าวหาทั้งหมด ส่วนสาเหตุการก่อเหตุ เนื่องจากผู้ตายและผู้ต้องหาเกิดการทะเลาะกันที่ผู้ตายยังหางานให้ทำไม่ได้ จึงโมโหและโกรธแค้นจึงลงมือก่อเหตุโดยใช้ค้อนและมีดที่อยู่หน้าบ้านก่อเหตุทำร้ายจนเสียชีวิต
นายไน เลน กล่าวผ่านล่ามภาษา ยอมรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุฆ่าผู้ตายใข้ค้อนตีศีรษะผู้ตายหลายครั้งและมีดแทง ก่อนได้ลักเอาเงินจำนวน 1,550 บาท ไปจากโต๊ะของผู้ตายและถอดแหวนทองคำไปจากนิ้วผู้ตาย พร้อมสร้อยสแตนเลสไปจากคอผู้ตาย

จากนั้นได้บอกให้เจ้าของโรงงานที่มาทำงาน นำแหวนทองไปขายยังร้านทองในตลาด อ.สามชุก ได้เงินไปจำนวน 20,000 บาท
นายไน เลน ให้การด้วยว่า เคยทำงานที่อู่เรือ จ.ปัตตานี มีเมียมีลูก 5 คน ก่อนถูกจับหลบหนีเข้าเมือง โดยผิดกฎหมาย และถูกผลัดดันกลับพม่าทางด่าน จว.กาญจนบุรี ก่อนลักลอบเข้ามาอีก โดยให้ผู้ตายหางานที่ปัตตานีให้ทำ โดยจ่ายค่าดำเนินการให้ผู้ตาย 8,000 บาท ระหว่างนั้นอาศัยอยู่ที่บ้านของผู้ตายกว่า 10 วัน ยังไม่ได้งานทำ จนเครียดทะเลาะกับผู้ตาย จึงก่อเหตุ