อบจ.ปทุมธานี เล็งปั้น ดวงตาเมืองไทย แลนด์มาร์กโลก เร่งถกเอกชนเจ้าของที่ร่วมพัฒนา สร้างสวนสาธารณะ หอคอยชมวิว ดึงนักท่องเที่ยว

วันที่ 9 มิ.ย. 2569 ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี พร้อมด้วย รศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ร่วมกันเปิดเผยถึงแนวทางการบริหารจัดการและการพัฒนาพื้นที่ “The Eye” หรือ “ดวงตาเมืองไทย” เกาะลอยน้ำทรงกลมมหัศจรรย์ที่ถูกค้นพบใน จ.ปทุมธานี ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจอย่างกว้างขวาง

รศ.ดร.ปริญญา กล่าวว่า น่าดีใจมากที่ท่านนายก อบจ.ปทุมธานี ตอบรับที่จะทำพื้นที่นี้ ถ้าหากเราไม่ทำอะไร ปล่อยพื้นที่ร้างไว้จะเสียภาษีแพงมาก ซึ่งเป็นกฎหมายภาษีโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างฉบับใหม่ อาจจะทำให้พื้นที่นี้กลายเป็นแปลงกล้วย แปลงมะนาว แล้วตรงนี้ก็จะสาบสูญหายไปตลอดกาล ต้องขอบคุณท่านนายก อบจ. ที่ดำเนินงานในการอนุรักษ์พื้นที่ธรรมชาติตรงนี้ไว้

รศ.ดร.ปริญญา กล่าวต่อว่า ตนใช้โดรนบินสำรวจและพบเกาะนี้มาตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว แต่ที่ผ่านมายังไม่ได้เผยแพร่ เพราะรอจังหวะเวลาที่เหมาะสม กระทั่งกังวลว่าหากปล่อยเวลาให้เนิ่นนานไปกว่านี้ พื้นที่ธรรมชาติดังกล่าวอาจถูกปรับเปลี่ยนสภาพเพื่อเลี่ยงภาษีที่ดินรกร้าง เหมือนกับหลายๆ แห่งที่กลายเป็นสวนกล้วยหรือสวนมะนาว จึงตัดสินใจเปิดเผยข้อมูลก่อนที่จะสายเกินไป

รศ.ดร.ปริญญา ยังระบุถึงแนวทางการทำงานขั้นต่อไปว่า หลังจากนี้จะมีการนำผู้เชี่ยวชาญทางธรรมชาติ และผู้เชี่ยวชาญด้านพื้นที่ชุ่มน้ำเข้ามาศึกษาพื้นที่ เพื่อนำเสนอแนวทางเชิงลึกให้กับทาง อบจ. ได้ตัดสินใจดำเนินการในขั้นต่อไป

รศ.ดร.ปริญญา กล่าวอีกว่า ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นคาดว่าเกาะนี้เกิดจากธรรมชาติที่ทิ้งไว้กว่า 50 ปี เป็นบ่อดินเก่าที่มีน้ำลึกมาก เมื่อวัชพืชเกิดการเกาะตัวกันแน่นจนลอยน้ำและถูกลมพัดเสียดสีตลิ่งเป็นเวลานาน จึงกลายเป็นทรงกลมตามธรรมชาติ คล้ายกับเกาะดวงตาที่ประเทศอาร์เจนตินา

ด้าน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล แต่พร้อมเดินหน้าประสานงานอย่างเต็มที่ เราก็ไม่อยากให้เสียธรรมชาติ แต่สิทธิมันอยู่ที่เจ้าของเขา คือบริษัท ศิริผลวัฒนา (1979) จำกัด เราก็สนิทสนมกัน ตอนนี้ได้ส่งทีมงานกองช่างและประธานสภาลงไปดูสภาพข้อเท็จจริงแล้ว

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวต่อว่า ตนกำลังพยายามพูดคุยเจรจาอยู่ แต่ไม่รู้ว่าจะได้แค่ไหน เราต้องการสร้างแลนด์มาร์กของปทุมธานี ยังไงคงต้องหาที่ดินเพื่อทำหอชม ซึ่งทาง อบจ. มีนโยบายเดิมที่ต้องการเพิ่มปอดและพื้นที่สวนสาธารณะให้กับประชาชนอยู่แล้ว

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวอีกว่า เมื่อมีการเปิดประเด็นนี้ขึ้นมาและเห็นว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติจริงๆ ตลอด 2 ปีที่ผ่านมารูปทรงก็ยังเปลี่ยนไปตามทิศทางลมและพายุ จึงมองเห็นโอกาสที่จะต่อยอดพัฒนาพื้นที่นี้ ถ้าเราทำตรงนี้ขึ้นมาได้ มันจะเป็นแหล่งมหัศจรรย์ของโลกอยู่ที่ปทุมธานี

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวต่อว่า เราอยากสร้างหอคอยสูงๆ ขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวขึ้นไปดูวิวอันนี้ ต่อไปถ้าเอ่ยชื่อปทุมธานี คนจะได้ไม่นึกถึงแค่ก๋วยเตี๋ยวเรืออย่างเดียว แต่จะต้องมาดู “ดวงตาเมืองไทย” ที่นี่เลย

นายก อบจ.ปทุมธานี ฝากเตือนประชาชนและผู้ที่สนใจว่า เนื่องจากปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวยังเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลของเอกชน จึงขอความร่วมมืออย่าเพิ่งเดินทางเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้า เพื่อป้องกันปัญหาการบุกรุก ขอให้รอผลการเจรจาและการวางแนวทางร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้การเข้าชมในอนาคตเป็นไปด้วยความปลอดภัยและไม่ทำลายระบบนิเวศดั้งเดิม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน