อนุทิน รุดดูปฏิบัติการ ทลายเครือข่าย หนูเฉิน ลุย 4 จังหวัด 10 จุด ยึดของกลางเป็นสารตั้งต้นยาเสพติด กว่า 50 ตัน ชี้ผลิตยาบ้าได้ถึง 1 พันล้านเม็ด
วันที่ 9 มิ.ย.69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส., พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร., นายศุภมิตร ชิณศรี ผวจ.สมุทรปราการ, พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ, นพ.วีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์, พล.ท.ณัฐศิษฐ์ คงชินศาสตร์ธิติ ผู้อํานวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 2 กอ.รมน., นายอภิกิต ฉ. โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการ ป.ป.ส., นายธีรทัศน์ อิศรากูร ณ อยุธยา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม, พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุต ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ, นายธัญญารัตน์ พรหมสุทธิ์ อุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรปราการ และ นางโสภา มีสัมฤทธิ์ นายกเทศมนตรีเมืองลัดหลวง ร่วมแถลงผลปฏิบัติการ “พิฆาตยาเสพติด” ณ โกดังโรงงานแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ
สืบเนื่องมาจากรัฐบาลไทยได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลเกาหลี โดยสำนักข่าวกรองแห่งชาติสาธารณรัฐเกาหลี ได้ขยายผลทางการข่าว และส่งตัว นายฐปนันท์ หรือ หนูเฉิน นักค้ายาเสพติดรายสำคัญให้กับทางการไทย เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา จากนั้น ป.ป.ส. และหน่วยงานภาคี ทั้ง ตำรวจ และ DSI ได้ร่วมกันขยายผลจนทราบว่า นายหนูเฉิน มีเครือข่ายที่เชื่อมโยงไปยังธุรกรรมต่างๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ และหนึ่งในนั้นคือ การลักลอบซื้อ – ขาย และส่งสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ เพื่อนำไปใช้ในโรงงานผลิตยาเสพติดในพื้นที่ผลิตสามเหลี่ยมทองคำ
โดยในวันนี้ มีการปฏิบัติการทั้งสิ้น 3 บริษัท ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ระยอง และนนทบุรี ทั้งหมด 10 จุดปฏิบัติการ และนอกจากนี้ ยังพบว่าบริษัทเหล่านี้ มีความเชื่อมโยงไปยังกลุ่มจีนเทาที่กระทำผิดในไทย ที่ลักลอบนำสารเคมีไปใช้การผลิตเอโทมิเดต ซึ่งนำไปผสมในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า และได้จับกุมไปแล้ว 4 ครั้ง
ดังนั้น การปฏิบัติการครั้งนี้ จึงเป็นการผนึกกำลังกันอีกครั้ง เพื่อขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องและตัดตอนการผลิตยาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ไม่ให้เข้าสู่ประเทศไทยโดยผลปฏิบัติการสามารถตรวจยึดสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้ในกระบวนการผลิตยาเสพติดได้ 5 ชนิด ได้แก่ อาเซโตน 9,105 กก., กรดไฮโดรคลอริก 225 กก., กรดอะซิติก 10,170 กก., กรดซัลฟิวริก 4,500 กก. และ ไดออกทิล ทาเลต 26,000 กก. รวมทั้งหมด 50 ตัน โดยสารเคมีดังกล่าวจะสามารถผลิตยาบ้าได้ 1,100 ล้านเม็ด หรือไอซ์ 21 ตัน
ขณะที่ นายอนุทิน ระบุว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ ไม่ใช่เฉพาะหน่วยงานในประเทศ แต่ยังมีการร่วมมือกันของสำนักข่าวกรองแห่งชาติของสาธารณรัฐเกาหลี หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ ที่ได้ร่วมมือกันเพราะมีเป้าหมายคือการตัดตอนเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ รัฐบาลไทยได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลเกาหลี ซึ่งได้ขยายผลทางการข่าว และส่งตัว นายฐปนันท์ หรือ หนูเฉิน “ซึ่งไม่ใช่หนู” มาให้ทางการไทยแล้ว และอยู่ในการคุมขังควบคุมตัว หลังจากที่หนีออกจากประเทศไปถึง 14 ปี
รัฐบาลถือว่าการกระทำในครั้งนี้เป็นการกระทำที่อุกอาจ ท้าทายกฎหมาย และไม่มีความหวังดีต่อประเทศ มีความมุ่งร้ายต่อเยาวชนที่ต้องการให้เป็นทาสของยาเสพติดทั้งในและนอกราชอาณาจักร เราจึงมีนโยบายที่จะจัดการกับภัยคุกคามนี้อย่างเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เกิดการลักลอบยาเสพติดหรือสารตั้งต้นในการผลิตยาเสพติดให้อยู่ในประเทศไทยหรือถูกนำส่งข้ามแดนไป เจ้าหน้าที่ของรัฐก็พร้อมที่จะเดินหน้าปราบปรามและบังคับใช้กฎหมายเพื่อขจัดยาเสพติดด้วยความจริงจัง ตามนโยบาย “พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล”
ผู้มีอิทธิพลไม่จำเป็นต้องเป็นอันธพาล อิทธิพลในทางที่ดีก็มี แต่ในภาษากฎหมายผู้มีอิทธิพลก็รวมไปถึงพวกด้วย ซึ่งเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจน คือเรามุ่งหน้าพิชิตอันธพาลเท่านั้น คนที่ดำเนินการใดๆ ก็ตาม ที่ทำผิดกฎหมายและท้าทายกฎหมาย ก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับพี่น้องประชาชนทั่วไปก็ไม่ต้องเกรงกลัวว่าตกอยู่ในข่ายที่จะต้องทุกข์ดำเนินคดีแต่อย่างใด
“สิ่งที่ได้เห็นอยู่ในตอนนี้ก็คือ ความที่รัฐบาล ให้ความจริงจังต่อนโยบายปราบปราม และค้ายาเสพติดอย่างเข้มงวด ได้ขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานทุกหน่วยงาน ทั้งฝ่ายปกครอง ฝ่ายทหาร ฝ่ายตำรวจ ฝ่ายพลเรือน และเชื่อว่าเจ้าพนักงานทั้งหมดก็คงได้เห็นถึงความตั้งใจของรัฐบาล และตระหนักถึงภัยอันตรายที่เกิดขึ้น และมีความมั่นใจว่ารัฐบาลจะให้การสนับสนุนในปฏิบัติการของพวกเขาอย่างเต็มที่ ทุกการสนับสนุนจะได้รับการติดตามประเมินผล และแสดงความชื่นชมอย่างชัดเจน” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายในความพยายามและความเสียสละ ที่ทำให้สามารถเข้ามาถึงต้นตอ เพราะหากสิ่งเหล่านี้หลุดไปก็จะก่อให้เกิดความเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติอย่างมากมาย และหลังจากนี้จะต้องการขยายผลออกไปเรื่อยๆ