เด็กสาววัย 15 หอบรูปหน้าศพพ่อขอความเป็นธรรม ถูกที่ปรึกษารัฐมนตรี เบี้ยวไม่ยอมจ่ายเงิน ตามนัดหมาย หลังยอมขายที่แปลงสุดท้าย ที่พ่อซื้อไว้ให้ก่อนเสียชีวิต
เมื่อวันที่ 21 ต.ค.2569 เด็กสาวอายุ 15 ปี เดินทางเข้าขอความช่วยเหลือจากนายรพี ชำนาญเรือ หลังถูกบุคคล ที่อ้างตัวว่าเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรี เบี้ยวเงินค่าขายที่ดิน ที่พ่อของน้องได้ซื้อทิ้งไว้ให้เป็นมรดก สำหรับน้องและแม่ ก่อนพ่อจะเสียชีวิตไป
น้องให้ข้อมูลว่า เมื่อช่วงเดือนม.ค.66 พ่อของตน ได้ตกลงทำสัญญาซื้อขาย ที่ดินจำนวน 1 ไร่ 1 งาน 20 ตารางวา ในพื้นที่ตำบลทุ่งลูกนก อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม จากกับนายส. (นามสมมติ) ซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจจากเจ้าของที่ดิน โดยตกลงซื้อขายกันในราคา 2.5 ล้านบาท
ซึ่งมีการทำสัญญาซื้อขายที่ดินกัน โดยการเขียนด้วยลายมือ ระบุเนื้อที่ของที่ดิน พร้อมวางเงื่อนไข ในการซื้อขายที่ดิน กำหนดให้พ่อของน้อง ต้องวางเงินมัดจำ 500,000 บาท และผ่อนจ่ายเงินส่วนที่เหลืออีก 2 ล้านบาทเป็นงวดๆ
กระทั่งเมื่อถึงเดือนธ.ค.67 พ่อของน้อง ได้ประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิต ส่วนที่ดินแปลงดังกล่าวก็ได้ดำเนินการผ่อนจ่ายไปแล้ว รวมกับเงินมัดจำเป็นเงินทั้งสิ้น 2 ล้านบาท ต่อมาทางครอบครัวของน้อง จึงได้เข้าไปพูดคุยกับนายส. เพื่อหารือถึงจำนวนเงินที่พ่อยังค้างจ่ายอยู่อีก 500,000 บาท
ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะตกลงกันว่า นายส. จะหาผู้ซื้อรายใหม่ เข้ามาซื้อที่ดินแปลงดังกล่าว แต่แบ่งซื้อเพียง 1 ไร่ ในจำนวนเงิน 2,200,000 บาท ซึ่งทางครอบครัวก็ได้ยินยอมแต่โดยดี และได้มีการแบ่งขายที่ดิน 1 ไร่ให้กับผู้ซื้อรายใหม่

โดยทางผู้ซื้อได้วางเงินมัดจำ 500,000 บาท จ่ายให้กับนายส. เพื่อชำระ หนี้ ที่พ่อค้างไว้ก่อนจะเสียชีวิตให้เรียบร้อย พร้อมกันนี้ยังได้นัดจ่ายเงินส่วนที่เหลืออีก 1.7 ล้านบาทให้กับนายส. ไปแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 21 พ.ค.69
แต่ปรากฏว่า หลังจากนายส.ได้รับเงินทั้งหมดแล้ว กลับไม่นำเอาเงินส่วนที่เหลือ หลังหักหนี้เดิมจำนวน 500,000 บาทมาให้กับครอบครัว ทำให้ครอบครัวต้องเดินทางไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กำแพงแสน จนนำไปสู่การนัดไกล่เกลี่ย

ซึ่งนายส. อ้างตัวว่าเป็นที่ปรึกษาของอดีตรัฐมนตรี ได้นัดหมายที่จะนำเงิน มาจ่ายให้กับครอบครัว ในวันที่ 15 ต.ค.69 แต่สุดท้ายเมื่อถึงวันนัดหมาย กลับไม่นำเงินมาจ่ายให้ตามที่นัด โดยอ้างเหตุผลว่าครอบครัวยังไม่ย้ายออกจากที่ดินทั้งหมด
ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ทางครอบครัวยินยอมทำตามข้อเรียกร้องทุกอย่าง มีการขนของออกจากที่ดิน รวมถึงทุบทำลายบ้านที่เคยอยู่อาศัยจนเสร็จเรียบร้อยแล้วด้วย แต่ก็ยังไม่ได้รับเงินตามที่สัญญากันไว้
นอกจากนี้ ตัวของนายส. ยังได้แสดงพฤติการณ์ข่มขู่ คุกคาม ครอบครัวหลายๆประการ ทำให้ทางครอบครัว เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากนายส. เป็นคนมีอำนาจ และรู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ หลายคน จึงตัดสินใจเดินทาง มาขอความช่วยเหลือจากนายรพี ชำนาญเรือ

โดยหลังจากได้รับฟังเรื่องราวทั้งหมด นายรพี ได้พาน้อง ที่หอบรูปหน้าศพของผู้เป็นพ่อ เดินทางไปยื่นหนังสือร้องเรียนที่ บก.ภ.จว.นครปฐม ให้ช่วยดูแลติดตามความคืบหน้าของคดีนี้ และคืนความเป็นธรรมให้กับครอบครัว ไม่ให้ถูกรังแกจากผู้มีอิทธิพล
นายรพี ยังได้กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบพฤติกรรม การทำสัญญาซื้อขาย ที่ดินแปลงดังกล่าว มีการทำสัญญาซื้อขายที่ดินกันโดยใช้วิธีเขียนด้วยลายมือ มีการระบุ เงื่อนไข การผ่อนชำระเอาไว้อย่างละเอียด แต่ก็มีความผิดปกติหลายอย่าง ซึ่งจากที่ได้ตรวจสอบดู พบว่าครอบครัวของน้อง ไม่ได้เป็นผู้เสียหายเพียงรายเดียว ที่เคยถูกก่อเหตุในลักษณะนี้
เนื่องจากที่ผ่านมา มีผู้ที่เคยถูกชักชวนให้ซื้อที่ดิน โดยลักษณะการวางเงินมัดจำ และผ่อนซื้อที่ดินในลักษณะนี้มาแล้ว ก่อนจะเกิดปัญหาและนำไปสู่การยกเลิกสัญญาซื้อขาย และทางตัวของนายส. ได้ยึดเงิน มัดจำหรือเงินค่าใช้จ่ายต่างๆ ทำให้ทางคู่กรณีต้องเสียเงินไปเป็นจำนวนมาก และก็ไม่ได้ที่ดินไปครอบครอง
เพียงแต่ที่ผ่านมาผู้เสียหายหลายราย ไม่กล้าออกมาร้องเรียน เนื่องจากเกรงกลัว และเห็นว่านายส. เป็นคนมีอำนาจ รู้จักคนใหญ่คนโตมากมาย จึงเลือกที่จะเงียบไว้ไม่ออกมาร้องเรียนขอความเป็นธรรม
ซึ่งหลังจากนี้ ตนจะได้เดินหน้าตรวจสอบพฤติกรรมของนายส. ที่เกิดขึ้นกับที่ดินแปลงนี้ ที่พ่อของน้องตั้งใจจะซื้อเอาไว้ ทิ้งให้เป็นมรดก กับภรรยาและลูกสาวก่อนเสียชีวิต ไม่ให้ถูกช่วงชิงไปอย่างไร้มนุษยธรรมเช่นนี้
ขณะเดียวกัน ทางผู้สื่อข่าว ได้พยายามติดต่อไปหานายส. และได้มีการพูดคุยทางโทรศัพท์กัน โดยทางนายส. ได้ระบุว่า ในวันที่ 24 ต.ค. จะมอบหมายให้ทนายความ ไปดำเนินการโอนเงินจำนวน 1 ล้านบาท ให้กับน้อง ก่อนจะจ่ายเงินที่เหลือให้ในภายหลัง ยืนยันว่าจะดำเนินการชำระให้ตามที่สัญญาอย่างแน่นอน