หญิงคนงานเทศบาลเสียชีวิตคาห้องครัว คาดจับสายไฟเครื่องซักผ้าเก่าก่อนถูกไฟดูด สามีเข้าช่วยเกือบถูกไฟดูดซ้ำ คาดสายไฟเก่าถูกหนูแทะจนไฟรั่ว กฟภ.เตือนเช็กระบบไฟ
วันที่ 10 มิ.ย. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา รับแจ้งมีคนถูกไฟดูดเสียชีวิตที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา จึงรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุอยู่ภายในอาคารพาณิชย์ ที่ชั้นล่างบริเวณห้องครัวข้างเครื่องซักผ้าฝาบน พบร่าง น.ส.ปิยะวรรณ อายุ 42 ปี เจ้าของบ้าน นอนหมดสติและฝ่ามือขวามีร่องรอยไหม้ ตรวจสอบสัญญาณชีพต่ำ จึงแจ้งหน่วยกู้ชีพสว่างเมตตาโคราช ให้มาดำเนินการช่วยฟื้นคืนชีพหรือซีพีอาร์ แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตได้
สอบสวนพยานที่เกี่ยวข้องและพักอาศัยอยู่ในบ้านหลังเกิดเหตุ ทั้งสามี ลูกเขยและญาติพี่น้องไม่ติดใจการเสียชีวิตแต่อย่างใด จึงเคลื่อนย้ายนำร่างส่งไปเก็บรักษาที่โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา เพื่อให้แพทย์เวรนิติเวชชันสูตรพลิกศพตามกระบวนการต่อไป
ต่อมานายเดชา พลวิเศษ เจ้าหน้าที่แผนกบริการและลูกค้าสัมพันธ์ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดนครราชสีมา (กฟภ.นม.) พร้อมนายญาณกิตต์ ศิริทรัพย์ สมาชิกสภาเทศบาลนคร (สท.ทน.) นครราชสีมา ในฐานะตัวแทนผู้บริหาร ทน.นครราชสีมาเดินทางมาตรวจสถานที่เกิดเหตุ
โดยมีนายบอล ลูกเขยของผู้เสียชีวิต นำไปดูที่เกิดเหตุพร้อมให้ข้อมูลเบื้องต้น ระบุว่า ผู้เสียชีวิตเป็นคนงานปัด-กวาด สำนักสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ทน.นครราชสีมา
เมื่อคืนที่ผ่านมา เป็นวันหยุดของแม่ยายจึงนำเครื่องนุ่งห่มมาซักช่วงกลางคืนเพียงลำพัง สันนิษฐานหลังเสียบปลั๊กเครื่องซักผ้าฝาบน แต่เครื่องไม่ทำงาน จึงตรวจหาความผิดปกติ โดยใช้มือไปจับสายไฟ เนื่องจากเครื่องซักผ้าค่อนข้างเก่าและตั้งอยู่ใกล้ท่อน้ำทิ้ง จึงมีหนูออกมากัดแทะสายไฟฟ้าทำให้กระแสไฟฟ้ารั่วไหลและลัดวงจรดูด นส.ปิยะวรรณ
โดยกล้องวงจรปิดที่อยู่ในบ้านหลังติดกัน แม้ไม่สามารรถบันทึกภาพได้แต่มียินเสียงร้อง จนกระทั่ง นายเอ๋ ผู้เป็นสามีและเป็นคนงานปัด-กวาด กลับเข้าบ้านเห็นเมียนอนบนพื้น โดยไม่ทราบเกิดเหตุร้าย จึงเข้าไปเขย่าตัวหวังปลุกให้ตื่น กระแสไฟฟ้าได้ดูดอีก แต่นำมือออกทันจึงไม่ได้รับบาดเจ็บ จากนั้นจึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ
ด้าน นายเดชา ได้ใช้เครื่องมือตรวจสอบ พบกระแสไฟฟ้ารั่วออกมาจากสาย จึงแนะนำให้หยุดใช้เครื่องซักผ้าและจ้างช่างไฟฟ้ามาซ่อมแซมสายไฟที่ชำรุดรวมทั้งเปลี่ยนเบรกเกอร์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นสวิตช์นิรภัยทำหน้าที่ตัดกระแสไฟฟ้าอัตโนมัติ โดยเบรกเกอร์ที่ใช้งานในปัจจุบัน มีอายุกว่า 30 ปี และเป็นรุ่นเก่าใช้งานเป็นเพียงตัวเปิด-ปิดเท่านั้น
ทั้งนี้ กระแสไฟฟ้าถือเป็นภัยอันตรายเงียบที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า การติดตั้งอุปกรณ์นิรภัยรวมทั้งหมั่นตรวจสอบซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้าภายในบ้านจะสามารถป้องกันความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน เมื่อเกิดความผิดปกติในระบบ เช่น ไฟฟ้าลัดวงจรหรือใช้ไฟเกินกำลัง โดย กฟภ.ยินดีให้คำปรึกษาและแนะนำ สามารถสอบถามได้ในเวลาราชการ