กรมควบคุมโรค เฝ้าระวัง “ไข้มาลาเรีย” พบกว่า6เดือน เสียชีวิต 1 คน ป่วยเกิน 5 พันราย ส่วนใหญ่พื้นที่จังหวัดชายแดน ฝั่งตะวันตก แนะประชาชนป้องกันตนเอง ยันไม่มีล็อกดาวน์ พื้นที่พบผู้ป่วย

10 มิถุนายน 2569 – นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ไข้มาลาเรีย เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อโปรโตซัว ในกลุ่มพลาสโมเดียม โดยมียุงก้นปล่องเพศเมียเป็นพาหะนำโรค

หลังถูกกัดผู้ป่วยมักมีอาการไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามร่างกาย และอาจมีไข้เป็นระยะ หากไม่ได้รับการรักษา อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว

“ข้อมูลจากระบบ มาลาเรีย ออนไลน์ กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – วันที่ 10 มิถุนายน 2569 ประเทศไทย พบผู้ป่วยโรคไข้มาลาเรียสะสม 5,126 ราย เสียชีวิต 1 ราย พบมากในกลุ่มวัยทำงาน ช่วงอายุ 25 – 44 ปี อาชีพเกษตรกรรม

ชนิดเชื้อที่พบส่วนใหญ่คือ Plasmodium vivax ผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่บริเวณพื้นที่ชายแดนฝั่งตะวันตก ได้แก่ ตาก กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง ชุมพร แม่ฮ่องสอน ราชบุรี และเพชรบุรี โดยพบได้ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศ ทั้งนี้ ยังไม่มีการล็อกดาวน์ (Lockdown) พื้นที่ใดในประเทศตามที่มีข่าวก่อนหน้านี้” นพ.มณเฑียร กล่าว

นพ.นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคไข้มาลาเรียมียารักษาเฉพาะ และสามารถรักษาให้หายได้ หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างรวดเร็ว สำหรับการป้องกันโรคไข้มาลาเรีย ประชาชนควรป้องกันตนเองจากการถูกยุงกัด

1. สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว เมื่อต้องเข้าพื้นที่ป่าเขาหรือพื้นที่เสี่ยง 2. ทายากันยุงบริเวณผิวหนังที่อยู่นอกร่มผ้า 3. นอนในมุ้ง หรือมุ้งชุบสารเคมีทุกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อต้องพักค้างคืนในพื้นที่เสี่ยง 4. หลีกเลี่ยงการอยู่ในบริเวณที่มียุงชุกชุมในช่วงพลบค่ำจนถึงรุ่งเช้า 5. ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ในการควบคุมและป้องกันโรค

ทั้งนี้ หากเดินทางกลับจากพื้นที่ป่าหรือพื้นที่เสี่ยงแล้วมีอาการไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ หรืออ่อนเพลียผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติการเดินทาง เพื่อให้ได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างรวดเร็ว ลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากโรคไข้มาลาเรีย

“นอกจากนี้ กรมควบคุมโรค ได้กำชับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ดำเนินการเฝ้าระวัง ค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก และควบคุมโรคตามมาตรการ 1-3-7 คือ รายงานผู้ป่วยภายใน 1 วัน สอบสวนโรคภายใน 3 วัน และควบคุมโรคภายใน 7 วัน หลังพบผู้ป่วยในพื้นที่ อย่างครอบคลุมและต่อเนื่อง พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรคในชุมชน” นพ.นิติ กล่าว

อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวอีกว่า กรมควบคุมโรค ขอความร่วมมือประชาชนที่อาศัย หรือเข้าไปในแหล่งแพร่เชื้อมาลาเรียป้องกันตนเองจากการถูกยุงกัด สังเกตอาการผิดปกติ และเข้ารับการรักษาโดยเร็วเมื่อมีอาการสงสัย เพื่อร่วมกันลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วยและป้องกันการแพร่กระจายของโรค หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน