ตรวจ วัดร่มโพธิธรรม ผู้ว่าฯเลย ยันตรวจสอบไม่พบสแกมเมอร์ ให้ป่าไม้ ดำเนินตามคำสั่งพิพากษา เผยผลตรวจชาวต่างชาติในวัด
วันที่ 11 มิ.ย.2569 กรณีมหากาพย์คดี วัดร่มโพธิธรรม บ้านหลักร้อยหกสิบ ต.หนองหิน อ.หนองหิน จ.เลย ในคดีมหากาพย์ ตั้งแต่ปี 2553 ข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ (ป่าภูค้อ-ป่าภูกระแต และ พรบ.ป่า พ.ศ. 2484) เนื้อที่ป่าถูกบุกรุกรวมกว่า 754–755 ไร่ และมีคำพิพากษาถึงที่สุดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560
โดยคำพิพากษาศาลฎีกา มีคำสั่งให้ย้ายออกจากพื้นที่ และให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดที่รุกล้ำ ซึ่งมีสิ่งปลูกสร้างบ้านหรูขึ้นมากว่า 1,300 หลัง โดยมีคนอาศัยอยู่หลายร้อยคนทั้งไทยและต่างชาติ แต่ปัจจุบันยังพบอีกว่า มีกลุ่มพระภิกษุ และแม่ชี ที่มีทั้งชาวจีน เกาหลี และเวียดนาม หลายร้อยรูป ยังคงปักหลักอาศัยอยู่ และยังไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาแต่อย่างใด
รวมทั้งมีกระแสสงสัยเป็นแหล่งกบดานของ “แก๊งสแกมเมอร์” ซึ่งภายในวัดมีคนเข้าออกนับพันคน แต่พระเหล่านี้กลับไม่มีการออกบิณฑบาต ไม่รับเงินบริจาคใด ๆ
ล่าสุด นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ได้ประชุมความคืบหน้ากรณีการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าภูค้อ-ป่าภูกระแต และมีบุคคลต่างด้าวพำนักอาศัยอยู่ในวัดร่วมโพธิธรรม ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายชัยพจน์ เผยว่า จากกรณีดังกล่าวได้แบ่งเป็น 2 ประเด็น ประเด็นแรกของการตรวจสอบของบุคคลต่างด้าว และผู้ที่อยู่ในวัดมีความถูกต้อง หรือมีพฤติกรรมอย่างไรบ้าง ส่วนที่ 2 เป็นเรื่องของการบังคับคดีตามคำพิพากษา
ในส่วนแรกทางจังหวัดเลย ได้สั่งการให้ทั้ง ตม. และฝ่ายปกครอง ตำรวจภูธรจังหวัด และตำรวจ สภ.หนองหิน ลงพื้นที่ขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบมาแล้ว 3 ครั้ง
ครั้งแรกตั้งแต่เดือนเมษายน และครั้งที่ 2 วันที่ 14 พฤษภาคม ครั้งที่ 3 วันที่ 25 พฤษภาคม จากการเข้าสำรวจในช่วงเดือนเมษายน มีบุคคลที่อาศัยอยู่ 740 คน ซึ่งเป็นคนไทยประมาณ 600 คน และมีต่างด้าว 177 คน โดยเฉพาะคนต่างด้าวจะมีทั้งเข้ามาศึกษาพุทธศาสนา 135 คน และมีต่างด้าวที่ถือวีซ่านักท่องเที่ยว 38 คน
ปัจจุบันที่สำรวจล่าสุดพบต่างด้าวอยู่ภายในวัด 141 คน ทุกคนเข้ามาถูกต้องตามกฎหมาย ยังไงก็ตามยังคงให้ทาง ตม.และภูธรจังหวัด ติดตามเข้าไปดูแลพฤติกรรมอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

ส่วนประการที่ 2 การบังคับคดีตามคำพิพากษา ในขณะนี้ทางสำนักจัดการทรัพยากรที่ 6 (อุดรธานี) ซึ่งเป็นโจทก์ฟ้อง กำลังดำเนินการในเรื่องของการบังคับคดีตามคำพิพากษา
ส่วนในเรื่องที่ว่าภายในวัด สงสัยเป็นแหล่งกบดานแก๊งสแกมเมอร์นั้น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพฤติกรรมต่างๆ แต่ยังไม่พบว่ามีแก๊งสแกมเมอร์อยู่ภายในวัดแต่อย่างใด แต่ทั้งนี้ยังคงให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เป็นระยะๆ ต่อไป