รู้แล้วคน ทิ้งทารก ที่อุดรฯ จนเสียชีวิต เป็นชายหญิงต่างชาติ เผยทำพิธีบางอย่างในร้านกาแฟที่หนองคาย ตอนนี้ยังไม่พบเดินออกนอกประเทศในเส้นทางปกติ

ล่าสุดวันที่ 11 มิ.ย.69 ที่ห้องสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี, พ.ต.ท.พิเชฐ ปักเคธาติ รอง ผกก.สส., พ.ต.ต.บรรเทิง ทัพโยธา สว.สส. ได้ตรวจภาพจากกล้องวงจรปิด บริเวณใกล้จุดเกิดเหตุ พบผู้ชายต่างชาติ และผู้หญิงผิวสี อุ้มห่อผ้าและสะพายเป้ เดินมาจากถนนร้านเนื้อย่าง ถึงสะพานซอยจินตคาม แล้วเลี้ยวซ้ายไปถนนเลียบคลองน้ำ หลังวัดทิพย์สันติวัน ก่อนไปเดินไปทางซอยจันทร์เจริญสุข แล้วหยุดที่หน้าบ้านริมคลองซึ่งมีกล้องวงจรปิด ยืนพูดคุยกันประมาณ 3 นาที ก่อนจะนำทารกไปทิ้งไว้ใต้ต้นจามจุรี แล้วเดินหนีไปทางซอยดอนอุดม ไปถนนอำเภอ โดยไม่ย้อนกลับทางเดิม อ่านข่าว สลดทารกเพิ่งคลอดได้ 2 วัน ถูกทิ้งริมถนน ตำรวจรุดมาช่วย พยายามปั๊มหัวใจ สุดท้ายไม่เป็นผล

พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ เปิดเผยว่า ต่อมาตำรวจชุดสืบสวนได้ออกสืบสวนตามโรงแรม รีสอร์ต หอพัก บริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ ในรัศมี 1 กิโลเมตร แต่ก็ไม่พบว่ามีชายหญิงอุ้มลูกเข้าพัก แต่มีโรงแรมแห่งหนึ่งใกล้ที่เกิดเหตุ ให้ข้อมูลว่า ค่ำวันจันทร์มีชายชาวต่างชาติ เข้ามาสอบถามราคาห้องพัก พอพนักงานบอกว่าราคา 1,400 บาท ก็ไม่ประสงค์จะเข้าพัก โดยให้เหตุผลว่าราคาแพง

และหลังจากมีภาพข่าวออกไป ตำรวจจังหวัดหนองคาย ได้โทรประสานมาทางตำรวจสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี แจ้งว่า ชายหญิงดังกล่าว ปรากฏตัวที่หนองคาย ผู้ชายเป็นชาวยุโรป อายุ 39 ปี ส่วนผู้หญิงเป็นชาวอเมริกัน อายุ 29 ปี อุ้มทารกเพศหญิงอายุประมาณ 2 สัปดาห์ มาทำพิธีบางอย่างในร้านกาแฟดัง จากนั้นก็มาปรากฏตัวเป็นข่าวทิ้งทารกที่ จ.อุดรธานี

พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ กล่าวต่อว่า จากการสอบถาม ด.ต.เจริญ จันทร์รักษ์ ผบ.หมู่ จร.สภ.เมืองอุดรธานี ทราบว่า ขณะพบเด็กทารกตัวยังอุ่นอยู่ แต่ไม่มีชีพจร จึงได้ช่วยทำ CPR ประมาณ 15 นาที และส่งต่อให้กู้ชีพ รพ.ศูนย์อุดรธานี ปรากฎว่าสัญญาณชีพไม่ขึ้นและเสียชีวิต ขณะนี้ตำรวจสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ได้ประสานกับตำรวจ ตม.หนองคาย ตรวจสอบบุคคลดังกล่าวว่าได้เดินทางออกนอกประเทศหรือยัง

ซึ่งจากการตรวจสอบปรากฏว่า ยังไม่มีการเดินทางออกนอกประเทศทางด่านตรวจคนเข้าเมืองสะพานมิตรภาพ อ.เมือง จ.หนองคาย ส่วนทางช่องทางธรรมชาติยังไม่ได้ตรวจสอบ จึงคาดว่าชายหญิงดังกล่าวยังอยู่ในประเทศไทย ซึ่งตำรวจสืบสวนหาชายหญิงคู่นี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน