พบเป็นอดีตผญบ. ชายปริศนารับเงินโอน เบี้ยผู้สูงอายุกว่า 60 ราย แจงเป็นความต้องการของชาวบ้าน เผยผู้สูงอายุไม่ไว้ใจลูกหลาน หวั่นเงินมาถึงมือไม่ครบตามจำนวน
วันที่ 11 มิ.ย.69 จากกรณีที่มีการแชร์ข้อความในโลกโซเชียล เกี่ยวกับการที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) มีหนังสือด่วนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ให้เร่งตรวจสอบข้อมูลบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเงินเบี้ยยังชีพความพิการ
หลังได้รับแจ้งจากกรมบัญชีกลางว่า ตรวจสอบข้อมูลในระบบ e-Social Welfare พบมีผู้มีสิทธิรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเงินเบี้ยยังชีพความพิการหลายรายใช้บัญชีเงินฝากธนาคารบุคคลเดียวกันในการรับเงินมากกว่า 60 ราย
โดยหนึ่งในนั้นอยู่ในพื้นที่อำเภอดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ทางอำเภอดำเนินสะดวกโดยนายสุวิชาติ น่วมเพ็ชร์ ได้สั่งให้ทุกเทศบาลและอบต.ในพื้นที่ได้ทำการออกสำรวจว่ามีใครที่รับโอนเงินผู้สูงอายุ และเงินเบี้ยผู้พิการจำนวนมาก จนทราบว่ามีนายสุรีย์ แก้วสวาท อายุ 66 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านม.4 ต.ดอนกรวย อ.ดำเนินสะดวก ปัจจุบันเป็นสมาชิสภาองค์การบริหารส่วนตำบลดอนกรวย จึงได้ให้ทางอบต.ดอนกรวยเข้าไปตรวจสอบ
ล่าสุดวันนี้ ผู้สื่อข่าวก็ได้เข้าไปตรวจสอบที่บ้านของนายสุรีย์ พบว่ามีเจ้าหน้าที่ของอบต.ดอนกรวย นำโดยนายสุรัช ตันบุญเจริญ ปลัดอบต.ดอนกรวย ได้นำเจ้าหน้าที่ของอบต.มาตั้งโต๊ะรับคำร้องในการขอเปลี่ยนบัญชีในการโอนเงินเบี้ยผู้สูงอายุและเบี้ยผู้พิการ ซึ่งมีชาวบ้านทยอยมายื่นคำร้อง โดยทั้งหมดได้ยื่นคำร้องขอให้ใช้บัญชีของนายสุรีย์ รับเงินเท่านั้นไม่ยอมเปลี่ยนไปใช้บัญชีตัวเองหรือลูกหลาน
นายประกูล อายุ 76 ปี ชาวบ้านที่ใช้บัญชีของนายสุรีย์ รับเงินผู้สูงอายุ บอกว่า วันนี้มาลงชื่อว่าจะไม่ขอเปลี่ยนบัญชีรับเงินโอน และให้ใช้บัญชีของนายสุรีย์ต่อไป เนื่องจากให้นายสุรีย์จัดการเรื่องรับเงินมานานแล้ว
ตั้งแต่ที่นายสุรีย์เป็นผู้ใหญ่บ้าน และทุกวันที่ 10 ของเดือน หรือบางเดือนอาจจะเร็วขึ้นหรือช้าลง นายสุรีย์ก็จะนำเงินมาให้ทุกเดือนไม่เคยขาด และไม่มีการหักค่าใช้จ่าย เพราะหากให้ตนไปเบิกจ่ายเองนั้นไม่สะดวกเพราะขาไม่ดี เคยทำมากันแบบนี้มานานและทางผู้ใหญ่รีย์ก็ไม่เคยมีอะไรผิดพลาดจึงอยากให้ทำตลอดไป
ส่วนนางจรูญ อายุ 84 ปี ซึ่งเป็นผู้พิการต้องนั่งรถเข็นและเป็นผู้สูงอายุด้วย บอกว่า วันนี้ให้ลูกหลานพามาลงชื่อเพื่อจะขอให้ใช้บัญชีของนายสุรีย์รับเงินแทนไปตลอด ซึ่งตนกับสามีที่อายุ 86 ปี นั้นให้ทางผู้ใหญ่รีย์รับเงินแทนมานานแล้ว เพราะสะดวกสบายกว่าที่จะต้องไปเบิกจ่ายเอง เพราะที่ผ่านมาเคยไปรับเงินเองที่ อบต.ดอนกรวย
แต่เนื่องจากตนนั้นเป็นแม่ค้าเวลาจะไปรับเงินก็ไปล่าช้าทำให้ทางเจ้าหน้าที่ที่อบต.ไม่สะดวกที่จะต้องมารอเราคนเดียว จึงได้ไปทำเรื่องที่ อบต.ให้ผู้ใหญ่รีย์รับแทน ซึ่งทุกวันที่ 10 ของทุกเดือน ผู้ใหญ่รีย์ก็จะนำเงินจำนวน 2,400 บาท ซึ่งเป็นเบี้ยผู้พิการรวมกับกับเงินผู้สูงอายุ ของตนเองกับสามี ไปให้ที่บ้านตลอดไม่มีการหักค่าใช้จ่ายอะไร ทำอย่างนี้มานานแล้วก็ไม่เคยมีปัญหาอะไร
ด้านนายสุรีย์ แก้วสวาท อายุ 66 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านม.4 ต.ดอนกรวย อ.ดำเนินสะดวก และปัจจุบันเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลดอนกรวย บอกว่า ชาวบ้านที่ไม่สะดวกไปรับเงินผู้สูงอายุกับเบี้ยคนพิการเอง ก็ได้ไปทำเรื่องที่อบต.มอบหมายให้โอนเงินเข้าบัญชีของตนมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2540 ซึ่งช่วงแรกก็มีแค่ 3 ราย เป็นเบี้ยของกลุ่มเปราะบางยังไม่มีเบี้ยผู้สูงอายุ
จากนั้นก็เพิ่มมาเรื่อย จากนั้นก็มีเบี้ยผู้สูงอายุเข้ามาซึ่งทางอบต.ก็ให้เปิดบัญชีธนาคารเป็นชื่อของตนร่วมกับชื่อของผู้สูงอายุหรือผู้พิการจำนวน 4 บัญชี ซึ่งตอนนี้มีทั้งหมด 69 ราย เป็นชื่อที่ใช้บัญชีร่วมกัน 4 ราย ส่วนอีก 65 ราย เป็นชื่อของตนเองที่รับโอนเงินของชาวบ้าน หลังจากทุกวันที่ 10 ของทุกเดือนทางเจ้าหน้าที่ อบต.โทรมาบอกว่าเงินแล้วก็จะไปเบิกออกมาก็จะได้ประมาณ 57,000 บาท และนำไปจ่ายให้กับผู้สูงอายุที่บ้านทุกคน
หรือบางคนก็มาขอเบิกก่อนก็มีหรือบางคนจะขอเก็บไว้และมาทำเรื่องขอเบิกเป็นรายปีก็มี ทำอย่างนี้มานานแล้วเพราะเป็นความประสงค์ของชาวบ้านโดยที่ตนเองนั้นไม่ได้หักค่าใช้จ่ายอะไร ช่วงก่อนหน้านี้มีกว่า 100 ราย ที่ให้โอนเข้าบัญชีของตนแต่ปัจจุบันคงเหลือแค่ 69 ราย
เพราะบางรายก็เสียชีวิตไปบางรายก็ไปเปิดบัญชีให้ลูกหลานไปเบิกเอง มันเป็นการอำนวยความสะดวกให้ชาวบ้านและทำมานานแล้ว หากจะต้องถูกตรวจสอบตนก็พร้อมที่จะไปชี้แจงกับปปช. ตนมีเอกสารให้ตรวจสอบได้ทั้งหมดสามารถสอบถามกับชาวบ้านได้ว่าได้เงินครบทุกบาททุกเดือนหรือไม่
นายสุรัช ตันบุญเจริญ ปลัดอบต.ดอนกรวย กล่าวว่า หลังจากที่มีข่าวในโซเชียล และทางอำเภอดำเนินสะดวกให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้ วันนี้จึงได้มาตรวจสอบจากชาวบ้านว่าได้รับเงินจริงหรือไม่ และตั้งโต๊ะเพื่อรับคำร้องจากชาวบ้านว่าจะให้โอนเงินเข้าบัญชีของนายสุรีย์เหมือนเดิม หรือจะไปขอเปิดบัญชีใหม่ ซึ่งชาวบ้านที่มานั้นก็บอกว่าจะให้โอนเข้าบัญชีนายสุรีย์เหมือนเดิมเพราะสะดวกสบายกว่า และไว้วางใจนายสุรีย์ หากให้ลูกหลานไปเบิกเงินอาจจะไม่ถึงมือหรืออาจจะได้ไม่ครบ
และการที่นายสุรีย์รับเงินแทนนั้น ก็เป็นไปตามระเบียบของอบต.นั้นสามารถให้ผู้สูงอายุสามารถเลือกได้ว่าจะให้โอนเงินเข้าบัญชีตัวเองหรือบัญชีคนอื่นซึ่งเป็นลูกหลานหรือใครก็ได้ที่ไว้ใจได้ ซึ่งทางอบต.ก็พยายามแนะนำให้เปิดบัญชีหรือให้โอนเข้าบัญชีลูกหลาน แต่หลายคนก็บอกว่าหากให้ลูกหลานเบิกให้ก็กลัวว่าเงินจะไม่ถึงมือเหมือนให้ผู้ใหญ่รีย์ไปรับแทน

