อุดรธานี ผู้ป่วย กินก๋วยเตี๋ยว ผสมสารพิษ ทยอยกลับบ้าน 2 หนุ่มช่าง เปิดใจเกือบตาย แจ้งความตำรวจ เรียกร้องเจ้าของร้าน รับผิดชอบเยียวยาความเสียหาย ผู้ได้รับผลกระทบ
ที่จ.อุดรธานี ผู้ป่วยกินก๋วยเตี๋ยวมีสารพิษทยอยกลับบ้าน 2 หนุ่มช่างวัย 33 และ 18 ปีเปิดใจเกือบตายเพราะก๋วยเตี๋ยวซะแล้ว ขณะที่ชาวบ้านทยอยแจ้งความเพิ่ม
11 มิ.ย. 69 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีประชาชนหลายราย รับประทานอาหารจากร้านอาหารภายในหมู่บ้านพรสวรรค์ ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี
โดยเฉพาะผู้ที่รับประทานก๋วยเตี๋ยว หรือซื้ออาหารกลับไปรับประทานพร้อมน้ำซุปจากทางร้าน ก่อนจะเกิดอาการผิดปกติพากันท้องเสีย หน้าตาเขียวคล้ำ อาเจียนอย่างเฉียบพลัน จนต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลนับสิบราย สร้างความตกใจให้กับคนทั้งเมืองเป็นอย่างมาก

ขณะเดียวกัน ที่สภ.เมืองอุดรธานี นางดี อายุ 59 ปี ยายของ นายธันวา หนึ่งในผู้ป่วย ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี นอกจากนี้ยังมี นายธวัชชัย พรมแสนปาง หรือ “วัช” อายุ 33 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย ได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ต่อพนักงานสอบสวน หลังเกือบเอาชีวิตไม่รอด จากเหตุการณ์หมดสติเฉียบพลัน ภายหลังรับประทานก๋วยเตี๋ยวร้านดังกล่าว
นายธวัชชัย เปิดเผยว่า ตนมืออาชีพรับจ้าง วันเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา ไปรับจ้างก่อสร้างโรงจอดรถ ช่วงใกล้เที่ยงวัน ตนพร้อมเพื่อนร่วมงาน ได้ไปนั่งรับประทานก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กน้ำใสที่ร้านฯระหว่างรับประทานไปได้ประมาณครึ่งชาม สังเกตเห็นลักษณะคล้ายฟองฟูผิดปกติอยู่ภายในชามก๋วยเตี๋ยว แต่ไม่ได้เอะใจและรับประทานต่อจนหมด
หลังจากรับประทานเสร็จไม่ถึง 5 นาที ขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับที่พัก ตนเริ่มมีอาการชาตามมือตามเท้า ลามขึ้นศีรษะ ก่อนจะวูบหมดสติล้มลงต่อหน้า เจ้าของบ้าน ที่ตนไปทำงานให้ ส่วนเพื่อนที่รับประทานอาหารด้วยกันมีอาการอาเจียนอย่างรุนแรง

จากนั้น ถูกส่ง รพ.ศูนย์อุดรธานี ช่วงที่นอนรักษาตัว แพทย์ระบุว่า อาการของตนอยู่ในขั้นวิกฤต ต้องรักษาและเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิดหลายวัน โดยในช่วงแรกยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้ กระทั่งอาการดีขึ้น และเพิ่งได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ที่ผ่านมา จึงรีบเดินทางเข้าแจ้งความ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง
“ตอนนั้นแพทย์บอกว่า อาการหนักมาก ยื้อชีวิตอยู่หลายวัน กว่าจะฟื้นขึ้นมาได้ถือว่า โชคดีมาก ผมยังตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะไม่คิดว่า แค่กินก๋วยเตี๋ยว จะเกือบเอาชีวิตไม่รอด” นายธวัชชัย กล่าว
นายธวัชชัย กล่าวอีกว่า อยากเรียกร้องให้ ผู้ประกอบการ ออกมารับผิดชอบ เยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น แก่ผู้ได้รับผลกระทบในครั้งนี้
ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบ นายวร อายุ 18 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ป่วย ที่แพทย์อนุญาตให้กลับมาพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว หลังอาการพ้นขีดอันตราย
โดยนายวร เล่าย้อนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยสีหน้ายังหวาดผวาว่า เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้ซื้อข้าวกะเพรามารับประทานที่บ้าน และได้รับน้ำซุปแถมมาจากร้านก๋วยเตี๋ยวฯ
แต่หลังจากดื่มน้ำซุปเข้าไปเพียงคำแรก ผ่านไปไม่กี่นาทีก็เริ่มมีอาการผิดปกติ ทั้งปวดศีรษะ หน้ามืด แน่นหน้าอก และหายใจลำบาก

ต่อมาพี่ชายสังเกตเห็นว่าริมฝีปากของตนเริ่มซีดและมีสีเขียวคล้ำผิดปกติ ขณะเดียวกันมีคนในชุมชนมาแจ้งว่าก่อนหน้านี้มีผู้ที่รับประทานอาหารจากร้านเดียวกันถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว จึงรีบประสานรถกู้ชีพเข้าช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน
นายธันวา กล่าวต่อไปว่า ช่วงเวลานั้นรู้สึกแน่นหน้าอกอย่างรุนแรง หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ และหายใจไม่ออก จนคิดว่า ตนอาจไม่รอดชีวิต พร้อมยอมรับว่า แวบแรกที่นึกถึงคือเกรงว่า จะได้รับสารพิษอันตรายเข้าสู่ร่างกาย
เมื่อถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แพทย์ต้องให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนภายในห้องฉุกเฉิน พร้อมใส่เครื่องช่วยหายใจและให้ยารักษา ก่อนอาการจะเริ่มดีขึ้นตามลำดับ และต้องพักรักษาตัวอยู่ในห้องผู้ป่วยวิกฤต (ICU) นาน 2 วัน
โดยช่วงที่นอนรักษาตัว แพทย์ได้แจ้งภายหลังว่าผลการตรวจเลือดพบความผิดปกติ โดยเลือดที่เจาะออกมามีสีคล้ำผิดปกติ เนื่องจากร่างกายอยู่ในภาวะขาดออกซิเจนอย่างรุนแรง ส่งผลให้เม็ดเลือดไม่สามารถลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ตามปกติ
แม้ขณะนี้อาการจะปลอดภัย และสามารถกลับมาพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว แต่เหตุการณ์ดังกล่าวยังคงสร้างความหวาดกลัวให้กับ นายธันวาเป็นอย่างมาก โดยยอมรับว่า ไม่กล้ารับประทานก๋วยเตี๋ยว หรืออาหารที่มีน้ำซุปอีก เนื่องจากยังฝังใจกับเหตุการณ์เฉียดตายในครั้งนี้
นอกจากนี้ ครอบครัวยังตั้งข้อสังเกตถึงความรับผิดชอบของทางร้าน เนื่องจากตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีผู้เกี่ยวข้องจากร้านเดินทางมาเยี่ยมหรือแสดงความรับผิดชอบต่อผู้ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด
รายงานล่าสุด ทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ยืนยันผลตรวจวิเคราะห์ผงสีขาว พบเป็น สารไนไทรต์ 99.2% และพบไนไทรต์ในน้ำซุปก๋วยเตี๋ยว 2,933 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งเป็นสารที่ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์แปรรูปเนื้อสัตว์ เตือนอันตรายหากนำมาปรุงอาหาร
โดย ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจตัวอย่าง กรณีชาวบ้านรับประทานก๋วยเตี๋ยวจากร้านแห่งหนึ่งภายในชุมชนพรสวรรค์ อ.เมือง จ.อุดรธานี และมีอาการป่วย ทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
โดยศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 8 อุดรธานี ได้รับตัวอย่างจากโรงพยาบาลอุดรธานี เพื่อตรวจสอบทางห้องปฏิบัติการอย่างเร่งด่วน โดยตัวอย่างที่ส่งตรวจจำนวน 4 ตัวอย่าง ประกอบด้วย อาเจียนของผู้ป่วย 2 ตัวอย่าง น้ำซุปก๋วยเตี๋ยวเนื้อหมูและเนื้อไก่ 1 ตัวอย่าง และผงสีขาวไม่ทราบชนิด 1 ตัวอย่าง
โดยตรวจสอบการปนเปื้อนของสารเคมีต้องสงสัย อาทิ สารเคมีกลุ่มไนเทรตไนไทรต์ และสารไซยาไนด์ ล่าสุดจากการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
ผลตรวจยืนยันผงสีขาว พบว่าเป็นสารไนไทรต์ ความบริสุทธิ์ ร้อยละ 99.2 ส่วนผลตรวจตัวอย่างอาเจียนผู้ป่วยพบสารไนไทรต์และไนเทรต ส่วนผลตรวจตัวอย่างน้ำซุปก๋วยเตี๋ยว ตรวจพบปริมาณไนไทรต์ 2,933 มิลลิกรัมต่อลิตร