ตรัง “พ่อทำดีที่สุดแล้ว” ลูกสาวเรียนครูเคมี สะอื้นร่ำไห้ รับศพบิดา ถูกยิงพรุน เผยพ่อเพิ่งขายที่ดินไม่ถึงไร่ นำเงิน 3 หมื่น ส่งเสียเรียน ฝากตร.เร่งจับคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ เพื่อน-เมีย ยันไม่เคยมีศัตรู พยานปากสำคัญ เชื่อมือปืนดักซุ่มยิงล่วงหน้า ลั่นไกไม่ถึง10เมตร ก่อนกระหน่ำซ้ำเสียชีวิต

11 มิ.ย. 69 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดเขาติง ต.ลิพัง อ.ปะเหลียน จ.ตรัง สถานที่บำเพ็ญกุศลศพ นายวิไล ภิญโญทรัพย์ อายุ 56 ปี ผู้เสียชีวิตจากเหตุถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิต ขณะรับจ้างถางป่าในสวนยางพาราบริเวณพื้นที่เนินเขา หมู่ 5 ต.ลิพัง เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา

โดยภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียด ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ก่อนนำร่างกลับมาประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลที่วัดเขาติง ตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 10 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความโศกเศร้าของครอบครัว ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง และผู้ที่รู้จักคุ้นเคย ซึ่งต่างเดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยเป็นจำนวนมาก

น.ส.ภารดี ภิญโญทรัพย์ ลูกสาวผู้เสียชีวิต เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ก่อนหน้านี้บิดาได้ขายที่ดินและนำเงินทั้งหมดมาส่งเสียตน ทั้งค่าเล่าเรียน ค่าหอพัก และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ปัจจุบันกำลังศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาเคมี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และกำลังจะสำเร็จการศึกษา แต่บิดากลับมาเสียชีวิตเสียก่อน

“หลังทราบข่าว หนูช็อกมาก ไม่คิดว่าพ่อจะจากไปแบบนี้ หากบอกพ่อได้ หนูอยากบอกว่า พ่อทำหน้าที่ของพ่อดีที่สุดแล้ว พ่อเก่งแล้ว ไม่ต้องห่วงอะไร หนูจะสู้ต่อไป แม้ในวาระสุดท้ายพ่อก็ยังทำทุกอย่างเพื่อหนู อยากฝากถึงตำรวจให้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ จับคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ เพราะอยากรู้ว่าทำไมต้องมาทำกับพ่อ ทั้งที่พ่อไม่เคยมีปัญหากับใคร”

ลูกสาว ยังกล่าวอีกว่า ปกติพ่อจะโทรศัพท์มาหาอยู่เสมอ แม้บางครั้งตนจะไม่ได้รับสาย และเมื่อได้พูดคุยกัน พ่อมักถามอยู่เสมอว่า “ไม่ห่วงพ่อบ้างหรือ” ซึ่งตนยอมรับว่าไม่ค่อยแสดงออกถึงความรักที่มีต่อพ่อมากนัก

ด้าน นางโสภา ภิญโญทรัพย์ ภรรยาผู้เสียชีวิต กล่าวว่า วันเกิดเหตุตนไม่ทราบว่าสามีออกจากบ้านตั้งแต่เวลาใด เนื่องจากออกไปทำงานก่อน และสามีก็ไม่ได้บอกกล่าวอะไรไว้ ทั้งคู่มีบุตรด้วยกัน 1 คน ขณะที่สามีมีบุตรจากครอบครัวเดิมอีก 1 คน ซึ่งตนเป็นผู้ช่วยดูแลมาตลอด

นางโสภา กล่าวว่า หลังทราบข่าวรู้สึกช็อกอย่างมาก ปัจจุบันครอบครัวมีสวนยางพาราประมาณ 11 ไร่ และที่ดินบริเวณบ้านอีกไม่ถึง 1 ไร่ โดยเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา สามีเพิ่งขายที่ดินซึ่งเป็นสวนผลไม้ไป 1 แปลงไม่ถึงไร่ ในราคา 30,000 บาท เพื่อนำเงินไปส่งเสียลูกสาวเรียนหนังสือ

“สามีเป็นคนภาคอีสาน แต่มาตั้งรกรากอยู่ที่จังหวัดตรังมานานหลายปี เป็นคนใจเย็น ขยันทำมาหากิน และห่วงลูกสาวมาก วันนี้เพื่อน ๆ และคนในหมู่บ้านเดินทางมาร่วมงานจำนวนมาก เพราะทุกคนรักและเป็นห่วงเขา อยากให้ตำรวจเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ เพราะจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดจากอะไร”

ด้านนายธนดล ศรีเกตุ หรือ “โรจน์” อายุ 57 ปี เพื่อนผู้เสียชีวิต ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ขณะรับจ้างถางป่าด้วยกัน เล่าว่า จากการประเมินของตน เชื่อว่าคนร้ายน่าจะซุ่มอยู่บริเวณโคนต้นยางพารา ห่างจากจุดเกิดเหตุไม่เกิน 10 เมตร และน่าจะมาดักซุ่มรออยู่ก่อนหน้าแล้ว เนื่องจากก่อนเกิดเหตุ ตนและผู้ตายได้นั่งพักดื่มน้ำร่วมกัน หากคนร้ายเพิ่งเดินเข้ามาในช่วงเวลาดังกล่าว น่าจะมีเสียงให้ได้ยิน แต่กลับไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติใด ๆ

นายธนดล กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวไปสอบปากคำแล้ว โดยขณะเกิดเหตุ ตนกำลังใช้มีดพร้าถางป่าอยู่ห่างจากผู้ตายเพียงเล็กน้อย ส่วนผู้ตายไม่ได้มีท่าทีระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ เนื่องจากการรับจ้างถางป่าเป็นเพียงอาชีพเสริม นอกเหนือจากอาชีพหลักคือกรีดยางพารา

ทั้งนี้ ในวันเกิดเหตุมีผู้ที่อยู่ในพื้นที่รวม 4 คน ได้แก่ ผู้ตาย ตนเอง เจ้าของสวนยาง และภรรยาเจ้าของสวน ซึ่งต่างทำงานอยู่คนละจุด โดยตนเป็นคนที่อยู่ใกล้ผู้ตายมากที่สุด ส่วนผู้ตายนั้นเท่าที่รู้จักกันมา ไม่เคยบ่นหรือเล่าว่ามีปัญหากับใคร ระหว่างทำงานก็มักพูดคุยเรื่องสนุกสนานหยอกล้อกัน เป็นคนอัธยาศัยดี แม้จะมีนิสัยพูดจาโผงผางตรงไปตรงมา แต่ไม่เคยทราบว่ามีเรื่องบาดหมางกับบุคคลใด

นายธนดล เล่าถึงเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุว่า ตนและผู้ตายเดินทางไปรับจ้างถางป่าในสวนยางพาราแห่งดังกล่าวเป็นวันที่ 2 โดยเริ่มทำงานตั้งแต่เวลาประมาณ 08.00 น. และถางป่าได้ราว 1 ชั่วโมงเศษ ขณะนั้นทั้งคู่ทำงานอยู่คนละแถวของต้นยางพารา โดยผู้ตายอยู่เยื้องจากตนประมาณ 2-3 เมตร

กระทั่งได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ตนจึงตะโกนถามผู้ตายว่าเสียงอะไรดังขึ้น แต่ไม่ได้รับคำตอบ เมื่อหันไปมองก็พบว่ามีเลือดไหลออกจากบริเวณใบหน้าของผู้ตาย และเห็นร่องรอยคล้ายถูกกระสุนปืน ก่อนที่ผู้ตายจะทรุดตัวลงกับพื้น

หลังจากนั้น ตนได้ถอยห่างออกมาประมาณ 10 เมตร และได้ยินเสียงปืนดังขึ้นอีกเป็นนัดที่ 2 จึงรีบวิ่งหนีออกจากจุดเกิดเหตุเป็นระยะทางกว่า 100 เมตร เพราะมั่นใจแล้วว่าเพื่อนถูกยิง ระหว่างวิ่งยังได้ยินเสียงปืนดังตามมาอีก 2-3 นัด และต่อมาได้ยินเสียงปืนดังขึ้นอีก 1 นัด ซึ่งเป็นเสียงนัดสุดท้าย

ภายหลังเกิดเหตุ ตนได้ตะโกนเรียกเจ้าของสวนยาง ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 100 เมตร เพื่อแจ้งว่าเพื่อนถูกยิง ก่อนจะรีบวิ่งลงจากพื้นที่ไปแจ้งชาวบ้านและพลเมืองดีที่อยู่ด้านล่างให้ช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่ ตนยอมรับว่ารู้สึกตกใจอย่างมาก และเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเดินเท้าเข้ามาก่อเหตุ เนื่องจากบริเวณสวนยางเป็นพื้นที่ป่ารกทึบและยากต่อการสัญจรด้วยยานพาหนะ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังคงเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน และติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยผลการชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นพบว่า นายวิไล มีบาดแผลถูกยิงตามร่างกายมากกว่า 10 แผล ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียด และเร่งคลี่คลายคดีอย่างต่อเนื่อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน