ชาวบ้าน ญาติโยมตกใจ ใส่บาตรกันอยู่ทุกเช้า หลวงพ่อขับเก๋งออกจากวัดไปชนเก๋งสาวคู่กรณี ลงมาเถียงลิ้นพันลั่นถนน ตร.จับเป่าเมานี่เอง แอลกอฮอล์สูงถึง 167 โดนจับสึกทันที ทิ้งแม่ชราอยู่ลำพัง
เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 12 มิ.ย.2569 ร.ต.ท.ชนม์มนัส ริยะป่า รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองฉะเชิงเทรา รับแจ้งเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนกัน คู่กรณีไม่สามารถตกลงกันได้ บริเวณโค้งลงจากสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง ถนนมหาจักรพรรดิ์ ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา จึงรุดไปตรวจสอบ
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบพระประเมิน อายุ 58 ปี พระลูกวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา มีอาการคล้ายเมาสุราพูดจาลิ้นพันกำลังโต้เถียงกับคู่กรณีเป็นหญิง อายุ 26 ปี เจ้าของรถเก๋งฮอนด้า ได้รับความเสียหายบริเวณด้านข้างตัวรถ โดยมีรถเก๋งโตโยต้า ซึ่งคู่กรณีชี้ว่าพระประเมิน เป็นคนขับจอดอยู่
โดยพระยืนยันว่าไม่ได้เป็นฝ่ายผิด อ้างว่ารถคู่กรณีขับปาดหน้าจนทำให้เกิดการเฉี่ยวชน ตำรวจตรวจสอบภาพจากกล้องบันทึกภาพหน้ารถของผู้เสียหาย และไม่พบการเปลี่ยนเลนก่อนการเฉี่ยวชน และพระเริ่มคุยไม่รู้เรื่อง จึงเชิญตัวไปตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ พระพยายามเป่าลมไม่เต็มปอดทำให้ต้องตรวจซ้ำหลายรอบ สุดท้ายผลออกมาปริมาณสูงถึง 167 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปยังวัดต้นสังกัดเพื่อให้ลาสิกขา ก่อนนำตัวกลับมาดำเนินคดีข้อหาเมาแล้วขับตามกฎหมายต่อไป
จากนั้นนายประเมิน แต่งกายชุดขาวเดินออกมาลาญาติโยมที่ทราบข่าวและเคยใส่บาตรให้ตอนเช้า ก่อนจะเดินทางไปลาแม่วัย 92 ปี ที่นายประเมินนำมาอยู่ด้วยที่วัด โดยกั้นผ้า กางมุ้งและใช้เตียงให้แม่นอนอยู่หน้ากุฏิด้านหน้า โดยได้เข้าไปกราบเท้าแม่ ก่อนจะพยุงแม่ลุกขึ้นมาคุย บอกว่าได้ลาสิกขาแล้ว แม่ไม่ต้องเป็นห่วง ก่อนถูกตำรวจพาตัวไปทำบันทึกการจับกุมควบคุมตัวไว้รอส่งศาล
ชาวบ้าน บอกว่า เรื่องแม่พระไม่ต้องเป็นห่วง พรุ่งนี้เช้าจะนำข้าวมาให้ ไม่ทราบพฤติกรรมของอดีตพระมาก่อน มาทราบข่าวว่าขับรถออกไปชนแล้วมีอาการมึนเมา ยอมรับว่าเสียความรู้สึกที่เคยใส่บาตรมาตลอด โดยอดีตพระนำแม่ที่อายุมากมาอยู่ด้วย เพราะไม่มีคนดูแล แต่ชาวบ้านก็เข้าใจในจุดนี้ แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงกินเหล้า แล้วขับรถออกไปจนเกิดอุบัติเหตุ ตอนนี้เป็นห่วงแม่ของอดีตพระว่าหลังจากนี้ใครจะดูแล


