2 ช่างภาพ ชาวตรัง เปิดความทรงจำ จากโอกาสได้ถวายงานบันทึกภาพ “พระองค์ภา” ระหว่างเสด็จช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน จ.นครศรีธรรมราช เมื่อปี 2563
วันที่ 14 มิ.ย.2569 นายวราวุธ วิญญรัตน์ และ นายณัฐ นาคนิยม ช่างภาพชาวจังหวัดตรัง เปิดเผยความประทับใจจากโอกาสได้ถวายงานบันทึกภาพ “พระองค์ภา” สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ขณะเสด็จลงพื้นที่ช่วยเหลือและพระราชทานถุงยังชีพ จากมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ.2563
ช่างภาพทั้งสอง เล่าว่า ได้รับการประสานให้เข้าร่วมบันทึกภาพ ระหว่างการเสด็จเยี่ยมประชาชนและพระราชทานความช่วยเหลือในพื้นที่ประสบภัย ซึ่งนับเป็นเกียรติสูงสุดครั้งหนึ่งในชีวิตการทำงานของช่างภาพ ที่ได้มีโอกาสถวายงานอย่างใกล้ชิด
โดยในวันดังกล่าว พระองค์ทรงร่วมประกอบอาหาร และจัดทำข้าวกล่องเพื่อแจกจ่ายแก่ผู้ประสบอุทกภัย พร้อมทั้งทรงนำถุงยังชีพ จากมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ไปพระราชทานแก่ประชาชนด้วยพระองค์เอง ท่ามกลางสถานการณ์ความเดือดร้อนของประชาชนจำนวนมาก ซึ่งบางครอบครัวต้องอพยพพร้อมสัตว์เลี้ยงขึ้นไปอาศัยอยู่ในเต็นท์ริมถนน
นายวราวุธ และ นายณัฐ กล่าวว่า สิ่งที่สร้างความประทับใจอย่างยิ่งคือ การได้เห็นพระองค์ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจเพื่อบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนด้วยความทุ่มเท และไม่ทรงเห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย ทรงปฏิบัติพระภารกิจอย่างคล่องแคล่ว เรียบง่าย และทรงมีพระอัธยาศัยเป็นกันเอง
โดยทรงทักทายพูดคุยกับผู้ประสบภัยและเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด แม้ในช่วงเวลาดังกล่าวจะอยู่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่พระองค์ยังคงเสด็จเข้าถึงประชาชนอย่างใกล้ชิด ทรงสนทนา จับพระหัตถ์ และฉายพระรูปร่วมกับประชาชน โดยไม่ทรงแสดงความกังวล หรือความห่างเหินแต่อย่างใด
ส่วนอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ช่างภาพทั้งสองยังคงจดจำได้เป็นอย่างดีคือ ช่วงที่ประชาชนเข้ามาเฝ้ารับเสด็จบริเวณรถตู้ โดยพระองค์ทรงประทับนั่งบนพื้นรถเพื่อสนทนากับชาวบ้านอย่างเรียบง่าย ทำให้ทั้งสองรู้สึกซาบซึ้งและประทับใจในพระเมตตาเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นภาพที่สะท้อนถึงความใกล้ชิด และความเป็นกันเองของพระองค์กับประชาชน
นอกจากนี้ ในการลงพื้นที่แต่ละจุด พระองค์ทรงเลือกใช้วิธีเสด็จพระราชดำเนินด้วยพระบาท เพื่อให้สามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็ว และทั่วถึงมากกว่าการใช้รถยนต์ โดยช่างภาพทั้งสองระบุว่า พระองค์ทรงพระดำเนินอย่างรวดเร็ว คล่องแคล่ว และทรงปฏิบัติพระภารกิจอย่างต่อเนื่องตลอดวัน ทรงพยายามเข้าถึงประชาชนให้ได้มากที่สุด แม้ในจุดที่ระดับน้ำท่วมยังคงสูงและการเดินทางเป็นไปด้วยความยากลำบาก
ช่างภาพทั้งสอง ยังเล่าว่า การเตรียมพื้นที่รับเสด็จในครั้งนั้นเป็นไปอย่างเรียบง่าย ไม่มีการจัดเตรียมสถานที่พิเศษมากนัก แม้กระทั่งการเปลี่ยนฉลองพระองค์ หรือการใช้ห้องน้ำ พระองค์ก็ทรงใช้สถานที่ภายในบ้านของประชาชนในบริเวณใกล้เคียง โดยมิได้ทรงให้หน่วยงานราชการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกเป็นพิเศษ
“สิ่งที่พระองค์ทรงปฏิบัติสะท้อนให้เห็นถึงพระเมตตา และความห่วงใยที่มีต่อประชาชนอย่างแท้จริง พระองค์ไม่เคยทอดทิ้งผู้ที่กำลังประสบความเดือดร้อน พวกเรารู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้มีโอกาสถวายงานรับใช้พระองค์”
ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจ นายวราวุธ และ นายณัฐ ได้รับพระราชทานเข็มพระนามาภิไธยและเสื้อที่ระลึกของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ซึ่งยังคงเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีจนถึงปัจจุบัน
สำหรับข่าวการสิ้นพระชนม์ ช่างภาพทั้งสองยอมรับว่า รู้สึกตกใจและเสียใจเป็นอย่างมาก เพราะตลอดเวลาที่ทรงประชวรและเข้ารับการรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ต่างเฝ้าติดตามข่าวสารด้วยความหวังว่าจะทรงหายจากพระอาการประชวร
“พระองค์ทรงเป็นบุคคลที่มีความสามารถ และทรงอุทิศพระองค์เพื่อช่วยเหลือประชาชนมาโดยตลอด โดยเฉพาะผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ซึ่งเป็นองค์กรสำคัญในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย พวกตนหวังว่าจะมีผู้สานต่อเจตนารมณ์ดังกล่าว เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนดำเนินต่อไป และเพื่อเป็นการรำลึกถึงพระเมตตาและความเสียสละของพระองค์ตลอดไป”

