นครราชสีมา สูญหาย15วันแล้ว ชายหลงป่า หน.ทับลาน ลั่น ไม่ทิ้งความหวัง เชื่อยังมีชีวิตอยู่ ยกเคสปาฏิหาริย์3ปีก่อน ย้ำกำลังพล เพิ่มความถี่ลาดตระเวน จ่อคุยชาวบ้าน ปรับมาตรการเข้าหาของป่า
15 มิ.ย. 69 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา นายปราโมช เขนสันเทียะ อายุ 45 ปี ราษฎรบ้านโคกแขวนพัฒนา หมู่ 8 ต.พันดุง อ.ขามทะเลสอ จ.นครราชสีมา พร้อมภรรยาและเพื่อนบ้าน เดินทางไปหาเก็บเห็ดและของป่าในพื้นที่บริเวณช่องเขาแคบ เขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา
แต่นายปราโมช เกิดพลัดหลง สูญหายไปเพียงลำพัง ซึ่งต่อมา หน่วยงานหลายฝ่าย ทั้งฝ่ายปกครอง อ.วังน้ำเขียว เจ้าหน้าที่ทหารมณฑลทหารบกที่ 21 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ตำรวจ สภ.วังน้ำเขียว อาสาสมัครหน่วยกู้ภัย ฮุก 31 นครราชสีมา และอีกหลายหน่วยงาน ลาดตระเวนค้นหาต่อเนื่อง

ทั้งยังได้ใช้ทั้งโดรน ตรวจจับความร้อน การเดินเท้า และใช้จักรยานยนต์วิบาก ปูพรมค้นหา รวมทั้งใช้สุนัขดมกลิ่น (K9) แกะรอยตามพิกัดในป่าลึกมาอย่างต่อเนื่อง จนวันนี้เข้าสู่ วันที่ 15 ของการค้นหาแล้ว แต่ก็ยังคงไร้วี่แววผู้สูญหาย
นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน เปิดเผยว่า การพยายามค้นหาติดตามตัวบุคคลสูญหายของทางฝ่ายปกครองอำเภอวังน้ำเขียว ภายใต้การนำ นายเทอดไท แสงผล นายอำเภอวังน้ำเขียว ต้องยอมรับจิตใจในความมุ่งมั่น ตั้งใจพยายามค้นหาอย่างมาก
เพราะตลอดระยะเวลา 15 วัน ได้นำกำลังออกค้นหาอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดตอนนี้ทุกฝ่ายก็ยังไม่ทิ้งความหวังที่จะพบตัวผู้สูญหาย แต่ในส่วนของการค้นหาตามเส้นทางที่เข้าไปตรวจสอบหลายครั้งแล้วแต่ไม่พบ
โดยส่วนตัวเชื่อว่า หากผู้สูญหายยังมีชีวิตอยู่ ก็คงมีโอกาสที่จะเดินไปตามลำน้ำ ซึ่งกรณีลักษณะนี้เมื่อประมาณ 3 ปีก่อน ก็เคยมีผู้หญิงคนหนึ่งเข้าไปหาของป่าแล้วเกิดหลง ก็ใช้วิธีเดินตามลำน้ำลงมา จนสามารถออกมาจากป่าได้ในที่สุด ซึ่งทุกฝ่ายยังมีความหวังอยู่ พยายามกันอย่างเต็มที่ หากทางบรรดาญาติพี่น้องยังมีหวัง เจ้าหน้าที่เราก็จะค้นหากันต่อไป
ซึ่งตนจะเน้นย้ำกำลังพลที่มีหน้าที่ออกลาดตระเวนตามภารกิจอยู่แล้ว ให้เพิ่มความถี่ในการเข้าไปลาดตระเวนตามจุดที่เชื่อว่า ผู้สูญหายจะเข้าไปอยู่ ก็ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจไปด้วยในตัว เพื่อเพิ่มโอกาสในการพบตัวผู้สูญหายส่วน ศูนย์ปฏิบัติการฯ ตอนนี้คงต้องปรับลดระดับภารกิจค้นหาลง และมาใช้วิธีนี้แทน
สำหรับพื้นที่บริเวณที่ผู้สูญหายพลัดหลงไปนั้น ทราบกันอยู่ว่า เป็นพื้นที่ของสัตว์ป่า ซึ่งการเข้าไปในเส้นทางบริเวณนี้ จากบ้านบุไทร ต.ไทยสามัคคี ลงไป ต.อุดมทรัพย์ เคยเป็นเส้นทางที่มีความพยายามจะผลักดันให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยว
แต่หากพิจารณาตามหลักภูมิศาสตร์แล้ว การตัดเส้นทางนั้น จะทำให้เป็นการแบ่งป่าออกเป็น 2 ส่วน และส่วนตัว ก็พยายามที่จะปิดเส้นทางนี้ เพื่อให้เป็นที่อยู่ของสัตว์ป่า ดังนั้น การจะเข้าไปจึงต้องมีการปิดด่านก่อน และการเข้าไปหาของป่า ตามมาตร 65
ความจริงแล้ว จะต้องมีการแจ้งขออนุญาตก่อนทุกครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้รับการตอบสนองเท่าที่ควร ฉะนั้น เรื่องนี้จะต้องมีการพูดคุยทำความเข้าใจให้ชัดเจน ต้องกำหนดโซนผ่อนปรน เข้าออก เพื่อจะลดปัญหาการเข้าไปหาของป่าแล้วพลัดหลง
เพราะจะเห็นว่า เมื่อพลัดหลงขึ้นมาก็จะค้นหายากลำบากอย่างที่เป็นอยู่นี้ ซึ่งแน่นอนว่า เจ้าหน้าที่ ย่อมเป็นห่วงและเห็นสวัสดิภาพของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญมาก่อน แต่ทุกคนก็ควรต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัดด้วย เพราะเมื่อเกิดเหตุขึ้นมา การช่วยเหลือจะยากลำบากเหมือนกับเหตุการณ์ครั้งนี้

ขอบคุณภาพจาก ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ “หมี กู้ภัยอุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว ต.ผิวผ่อง”