‘บอร์ดอุทยานฯ’ เคาะมติเฉือนป่า อุทยานทับลาน 155,865 ไร่ ให้ ส.ป.ก. ชี้เป็นที่ทับซ้อน–ใช้ประโยชน์ในราชการทหาร ส่วนอีกกว่าแสนไร่ให้รอพิสูจน์สิทธิของประชาชน
วันที่ 15 มิ.ย.2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติกรณีการพิจารณาปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อวันที่ 14 มี.ค.2566 ซึ่งต้องดำเนินการพิสูจน์สิทธิของประชาชนกว่า 5,000 ราย เพื่อแก้ไขปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดินของประชาชนและชุมชนดั้งเดิม รวมถึงพื้นที่สาธารณูปโภคบางส่วน ควบคู่กับการเตรียมประกาศพื้นที่เพิ่มเติมเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ
ดังนั้น พื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานในภาพรวมจึงไม่ได้ลดลงตามตัวเลขที่ถูกเผยแพร่ในบางช่องทาง ขณะที่พื้นที่ที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดีบุกรุกป่าและอยู่ในชั้นการพิจารณาของศาล จะไม่ได้รับผลกระทบจากกระบวนการดังกล่าว และยังคงดำเนินไปตามกระบวนการยุติธรรมเช่นเดิม
“รัฐบาลมอบหมายให้ผมเข้ามาดูแลเรื่องนี้ เพราะให้ความสำคัญทั้งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการดูแลสิทธิของประชาชนที่อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่มาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะการให้ความเป็นธรรมกับประชาชน เราจะไม่ละเลยข้อห่วงใยของภาคประชาชน ขณะเดียวกันก็จะไม่ปล่อยให้มีการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าโดยมิชอบ ทุกการตัดสินใจต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ความโปร่งใส และประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชนส่วนรวม” นายสุชาติ กล่าว
ด้าน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า การปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานเป็นการดำเนินการตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 14 มี.ค.2566 ตามข้อเสนอของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (One Map) ซึ่งจำแนกพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่
ส่วนที่ 1 พื้นที่ที่เสนอให้เพิกถอนออกจากแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ประกอบด้วย 5 กลุ่ม ได้แก่
- กลุ่มที่ 1 พื้นที่ทับซ้อนเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.) เนื้อที่ประมาณ 53,416 ไร่ เห็นควรเพิกถอนเพื่อส่งมอบให้ ส.ป.ก. ดำเนินการ เนื่องจากประชาชนได้รับสิทธิตามกฎหมายแล้ว
- กลุ่มที่ 2 พื้นที่โครงการหมู่บ้านตัวอย่างไทยสามัคคี ตามมติ ครม.ปี 2520 เนื้อที่ประมาณ 8,328 ไร่ เห็นควรเพิกถอนเพื่อส่งมอบให้ ส.ป.ก. บริหารจัดการ
- กลุ่มที่ 3 พื้นที่โครงการเพื่อความมั่นคง (พมพ. และ คจก.) ตามมติ ครม.ปี 2535 เนื้อที่ประมาณ 87,500 ไร่ เห็นควรเพิกถอนเพื่อส่งมอบให้ ส.ป.ก. ดำเนินการ โดยพื้นที่ที่ยังไม่ได้ออกเอกสาร ส.ป.ก. 4-01 ให้พิจารณาเป็น ส.ป.ก.แปลงรวมตามแนวทาง คทช.
- กลุ่มที่ 4 พื้นที่ราษฎรนอกเขต ส.ป.ก. และนอกโครงการเพื่อความมั่นคง เนื้อที่ประมาณ 109,420 ไร่ คณะกรรมการเห็นควรให้คงสถานะเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน โดยใช้มาตรา 64 แห่งพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 เพื่อพิสูจน์สิทธิของประชาชนที่ครอบครองมาก่อนการประกาศอุทยานฯ ซึ่งมีการสำรวจไว้แล้วประมาณ 5,200 ราย และจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน ทั้งนี้ ยืนยันว่าจะไม่รอนสิทธิของประชาชนรายอื่นที่ประสงค์ขอพิสูจน์สิทธิ
- กลุ่มที่ 5 พื้นที่ราชพัสดุสนามฝึกซ้อมรบ เนื้อที่ประมาณ 6,621 ไร่ เห็นควรเพิกถอนอุทยานแห่งชาติให้สอดคล้องกับการใช้ประโยชน์ในราชการทหาร
ส่วนที่ 2 คือพื้นที่เตรียมการขยายเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน เนื้อที่ประมาณ 86,966 ไร่
โดยให้กรมอุทยานฯ ร่วมกับกรมป่าไม้ สำรวจและพิจารณาความเหมาะสมในการประกาศเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติเพิ่มเติมต่อไป

นายอรรถพล กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ คณะกรรมการยังมีความเห็นประกอบการดำเนินการ ได้แก่ การรักษาพื้นที่ป่าที่สมบูรณ์และพื้นที่สาธารณประโยชน์ไว้เพื่อประโยชน์ส่วนรวม การเสนอให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) นำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาทบทวนมติ ครม.วันที่ 14 มี.ค.2566
ตามข้อเสนอที่ปรับปรุงใหม่ การกำหนดแนวกันชน (Buffer Zone) เพื่อป้องกันผลกระทบต่อระบบนิเวศ ตลอดจนยืนยันว่าคดีบุกรุกป่าที่เกิดขึ้นก่อนการปรับปรุงแนวเขตยังต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป และพื้นที่ที่เตรียมเพิกถอนในกลุ่มที่ 1–3 จะไม่รับรองสิทธิแก่ผู้ที่อยู่ระหว่างการถูกดำเนินคดี
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าด้มีกลุ่มราษฎรชาวอำเภอครบุรี เสิงสาง ปักธงชัย วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา และอ.นาดี จ.ปราจีนบรี มาที่กระทรวงทรัพยากรฯ เพื่อขอความเมตตาในการเพิกถอนพื้นที่อุทยานฯทับลาน ให้กลุ่มราษฎรได้อยู่อาศัยในพื้นที่ป่าได้ โดยภายหลังมีมติดังกล่าวขึ้น กลุ่มราษฎรได้ขอบคุณพร้อมมอบดอกกุหลาบให้นายสุชาติ ที่มีมติให้เพิกถอนพื้นที่อุทยานฯทับลาน


