9ปีแห่งการรอคอย! พ่อแม่สาวท้อง 6 เดือน พลัดตกแอร์พอร์ตลิงก์ กู้หนี้สู้คดีจนชีวิตแทบพัง เผยศาลชั้นต้นให้การรถไฟชดใช้เยียวยา 2.9 ล้าน ตอนนี้คดีอยู่ในชั้นอุทธรณ์ ยังไม่ได้เงินเยียวยาสักบาท
วันที่ 16 มิ.ย.2569 นายประสิทธิ์ โนทะ สส.น่าน เขต 2 พรรคกล้าธรรม พา นายวีระ เปลี่ยนหล้า และนางธันยพร เปลี่ยนหล้า เข้าพบ พ.ต.ท.สุพจน์ เรืองโรจน์ อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดน่าน เพื่อขอคำปรึกษาและติดตามแนวทางช่วยเหลือทางกฎหมาย หลังครอบครัวต้องต่อสู้คดีมาอย่างยาวนานเกือบ 9 ปี
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.2560 น.ส.รสรินทร์ เปลี่ยนหล้า หรือน้องเอ อายุ 31 ปี ชาวเวียงสา จ.น่าน ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ได้ประมาณ 6 เดือน ประสบอุบัติเหตุพลัดตกรางรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ บริเวณสถานีบ้านทับช้าง และถูกรถไฟทับเสียชีวิต เหตุการณ์ครั้งนั้นสร้างความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงแก่ครอบครัว เนื่องจาก น.ส.รสรินทร์เป็นเสาหลักสำคัญของบ้าน เป็นผู้ทำงานส่งเงินเลี้ยงดูพ่อแม่และคนในครอบครัว ก่อนที่ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปในชั่วพริบตา
นายวีระ ผู้เป็นบิดา เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ครอบครัวต้องกู้ยืมเงินทั้งในระบบและนอกระบบ เพื่อนำมาใช้ในการดำเนินคดีและเดินทางติดตามเรื่องอย่างต่อเนื่อง ตนกับภรรยาเป็นชาวบ้านธรรมดา ไม่มีฐานะร่ำรวย ลูกสาวเป็นคนหาเลี้ยงครอบครัว พอเขาจากไป ทุกอย่างก็เหมือนพังลงพร้อมกัน เราต้องไปกู้หนี้ยืมสินเพื่อสู้คดี เพราะอยากให้ลูกได้รับความเป็นธรรม ทุกวันนี้ผ่านมา 9 ปีแล้ว ศาลชั้นต้นตัดสินให้ชดใช้เยียวยากว่า 2.9 ล้านบาท แต่การรถไฟยื่นอุทธรณ์ ทำให้เรื่องยังไม่จบ เราไม่เคยได้รับเงินเยียวยาแม้แต่บาทเดียว
นายวีระ กล่าวอีกว่า สิ่งที่ครอบครัวต้องการไม่ใช่เพียงตัวเงิน แต่ต้องการเห็นความรับผิดชอบและความเห็นใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย อยากวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นใจชาวบ้านตัวเล็กๆ อย่างพวกเรา ลูกสาวจากไปพร้อมหลานในท้อง ครอบครัวต้องทุกข์ทรมานมานานเกือบสิบปีแล้ว อยากให้เรื่องนี้ได้รับการพิจารณาอย่างเป็นธรรมและรวดเร็ว
ด้าน พ.ต.ท.สุพจน์ เรืองโรจน์ อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดน่าน กล่าวว่า หลังรับฟังข้อเท็จจริงและตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบว่าปัจจุบันคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จึงแนะนำให้ทนายความของผู้เสียหายติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิด โดยสามารถสอบถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ศาลที่รับผิดชอบคดี เพื่อให้ทราบสถานการณ์พิจารณาและแนวทางดำเนินการในขั้นตอนต่อไป พร้อมกันนี้ ให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียหาย และยืนยันว่าหน่วยงานยินดีให้คำปรึกษาและความช่วยเหลือทางกฎหมายในส่วนที่สามารถดำเนินการได้
ขณะที่ นายประสิทธิ์ โนทะ สส.น่าน เขต 2 กล่าวว่า ตนได้รับเรื่องร้องทุกข์จากครอบครัวผู้เสียหาย และเห็นว่าคดีนี้เป็นอีกกรณีที่สะท้อนความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมมาเป็นเวลายาวนาน จึงได้ประสานพาครอบครัวเข้าพบอัยการคุ้มครองสิทธิฯ เพื่อรับคำปรึกษาและติดตามความคืบหน้าของคดี
พร้อมยืนยันว่าจะช่วยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อให้ครอบครัวได้รับความเป็นธรรมและไม่ถูกทอดทิ้ง 9 ปีผ่านไป ความสูญเสียของครอบครัวเปลี่ยนหล้ายังคงอยู่ไม่ต่างจากวันแรก สิ่งที่พวกเขารอคอย ไม่ใช่เพียงคำพิพากษาในสำนวนคดี แต่คือความหวังเล็กๆ ว่าสักวันหนึ่ง ความยุติธรรมจะเดินทางมาถึงครอบครัวชาวบ้านธรรมดาที่เฝ้ารอมานานเกือบทศวรรษ
