หวิดซ้ำรอยตชด.ยิงวิน 2 หนุ่มรับสาย เพื่อนสาวให้มาช่วยห้ามศึกวิวาท แต่สถานการณ์พลิก กลับกลายเป็นถูกรุมทำลายรถและท้าทาย บันดาลโทสะคว้าปืนยิงสวนบาดเจ็บ 2 ราย
เมื่อเวลา 21.15 น. วันที่ 16 มิ.ย.2569 ร.ต.ท.หญิง พลอยพรรณ อรุณรัตน์ ร้อยเวร สภ.ท่าใหม่ รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงบาดเจ็บ ที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ต.ตะกาดเง้า อ.ท่าใหม่ รุดตรวจสอบพร้อมอาสากู้ภัย สว่างกตัญญูจันทบุรี พบผู้บาดเจ็บ 2 ราย คือ นายสำเนาว์ (สงวนนามสกุล) อายุ 64 ปี ถูกยิงเข้าที่ขาขวา และ นายสุวรรณ (สงวนนามสกุล)อายุ 37 ปี ถูกยิงที่แขนซ้าย กู้ภัยรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลท่าใหม่ทันที
จากการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ พบรอยเลือดกระเซ็นกระจายอยู่ตามพื้นบ้าน และพบปลอกกระสุนปืนขนาด .22 จำนวน 10 ปลอก ตกกระจายอยู่บนถนนหน้าบ้าน เจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกภาพและทำเครื่องหมายจุดที่พบหลักฐานไว้เพื่อประกอบสำนวนคดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชนวนเหตุเริ่มจาก น.ส.สมจิตร ภรรยาของนายสำเนาว์ โทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจาก นายไพรัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี ให้มาช่วยหลังเกิดการทะเลาะวิวาทกับนายสำเนาว์ เมื่อ นายไพรัตน์ เดินทางมาถึงพร้อมกับ นายไกรสร (สงวนนามสกุล) อายุ 20 ปี เพื่อทำหน้าที่ “กรรมการห้ามทัพ” ตามคำร้องขอ กลับพบว่า น.ส.สมจิตร มีบาดแผลจากการถูกทำร้ายร่างกาย ทำให้เกิดการปะทะคารมอย่างรุนแรง
เหตุการณ์บานปลายเมื่อฝ่าย นายสำเนาว์ และ นายสุวรรณ ใช้มีดเข้าทำลายรถจักรยานยนต์ของ นายไพรัตน์ จนเสียหาย นายไพรัตน์ ซึ่งถูกกดดันและรุมล้อมจึงบันดาลโทสะชักอาวุธปืน King cobra USA ขนาด .22 ยิงขึ้นฟ้า 1 นัดเพื่อเตือน แต่เมื่อถูก นายสำเนาว์ ท้าทายให้ยิงตัวเอง ผู้ก่อเหตุจึงตัดสินใจยิงสวนไปทางผู้เสียหาย 2 นัด ก่อนจะวิ่งไล่กันออกไปถึงถนนหน้าบ้านแล้วยิงสกัดไม่ให้ผู้เสียหายติดตาม ก่อนจะโยนปืนทิ้งและหลบหนีไป
ขณะเดียวกัน คดีนี้ถูกเปรียบเทียบคล้ายกับคดีดังที่กำลังเป็นกระแสสังคม ของ ตชด. ก่อเหตุยิงกลุ่มวินรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นประเด็นถกเถียงเรื่องการป้องกันตัวจากการถูกรุมล้อม ในกรณีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจภายใต้การนำของ พ.ต.อ.พลภัทร ธรรมะสนอง ผกก.สภ.ท่าใหม่ สามารถจับ กุมนายไพรัตน์ และนายไกรสร ได้ในเวลาต่อมา พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนและกระสุนที่ซุกซ่อนในพุ่มหญ้าข้างทาง
โดยพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาหนักในความผิดฐาน “พยายามฆ่าผู้อื่น, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือไม่มีเหตุสมควร และยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ”
อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานและภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อพิจารณาว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายการป้องกันตัวเกินกว่าเหตุ หรือเป็นการเจตนาพยายามฆ่าตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
