กลุ่มกรุงเทพบินได้ นำโดย เต้ มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้ากลุ่ม พร้อม หน่อง ภาสพงศ์ อ่อนน้อม ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.หมายเลข 7 ลงพื้นที่หาเสียงและตรวจเยี่ยมสถานีสูบน้ำและอุโมงค์ระบายน้ำคลองบางซื่อ พร้อมนำเสนอนโยบายด้านการเลือกตั้งสุจริต การแก้ปัญหาน้ำท่วม ฝุ่น PM2.5 การฟื้นฟูคลอง และการดูแลกลุ่มเปราะบางในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

นายภาสพงศ์ กล่าวว่า ต้องการให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นต้นแบบของการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม จึงขอเชิญชวนประชาชนที่พบเห็นการซื้อสิทธิขายเสียง หรือมีหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำผิด ส่งข้อมูล คลิปวิดีโอ หรือหลักฐานต่าง ๆ มายังทีมงาน เพื่อรวบรวมและนำเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย พร้อมย้ำว่าจะพาผู้แจ้งเบาะแสเข้าแจ้งความด้วยตนเอง

นอกจากนี้ ยังเปิดรับอาสาสมัครสังเกตการณ์การเลือกตั้งทั้ง 50 เขตของกรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมตรวจสอบความโปร่งใสในทุกขั้นตอน โดยยืนยันว่าเป้าหมายสำคัญคือการทำให้การเลือกตั้งได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย

ภาสพงศ์ ยังเสนอนโยบายแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ด้วยการบังคับใช้กฎหมายกับรถยนต์และโรงงานอุตสาหกรรมอย่างจริงจัง ควบคู่กับการจำกัดรถจากต่างพื้นที่เข้าสู่เขตชั้นในในช่วงเวลากลางวัน ส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ และเข้มงวดการตรวจสภาพรถเพื่อลดการปล่อยมลพิษ

พร้อมเสนอให้กรุงเทพมหานครมีระบบตรวจวัดมลพิษจากโรงงานด้วยตนเอง เพื่อตรวจสอบค่ามลพิษประเภทต่าง ๆ อย่างเข้มงวด และไม่ยอมให้มีการติดสินบนเพื่อหลีกเลี่ยงการบังคับใช้กฎหมาย

สำหรับการจัดการสิ่งแวดล้อมทางน้ำ ภาสพงศ์ระบุว่า ต้องการฟื้นฟูคุณภาพน้ำในคลองทั่วกรุงเทพฯ ให้กลับมาสะอาด พร้อมเร่งแก้ปัญหาปลาหมอคางดำที่กำลังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ และสนับสนุนการนำปลาหมอคางดำมาแปรรูปเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ในด้านสวัสดิการสังคม ยังมีนโยบายส่งเสริมการจ้างงานคนพิการในกรุงเทพมหานครกว่า 11,000 คน โดยกำหนดให้สถานประกอบการที่จดทะเบียนในกรุงเทพฯ เปิดโอกาสให้คนพิการเข้าทำงานตามศักยภาพ รวมถึงจัดหาที่อยู่อาศัยให้ผู้ไร้ที่พึ่ง และสนับสนุนการฝึกอาชีพแก่ทหารผ่านศึกและครอบครัว

ส่วนพื้นที่ชายฝั่งบางขุนเทียนและพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำทะเลหนุนสูง มีแนวคิดนำขยะที่ผ่านกระบวนการจัดการอย่างถูกต้องมาใช้ฟื้นฟูพื้นที่ชายฝั่ง เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้ประโยชน์และรองรับการแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในอนาคต

ด้านนายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ก่อนเดินทางมายังสถานีสูบน้ำคลองบางซื่อ ได้ลงพื้นที่พบปะประชาชนและได้รับการตอบรับจากคนรุ่นใหม่เป็นอย่างดี พร้อมเปิดเผยว่าในช่วงเช้าได้เข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อเสนอแนวทางยกระดับความโปร่งใสในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

โดยเสนอให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งมาจากหน่วยงานภายนอกกรุงเทพมหานคร เช่น บุคลากรจากกองทัพ สถาบันอุดมศึกษา และครูจากหน่วยงานการศึกษา เพื่อลดข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน รวมถึงเปิดโอกาสให้ทุกกลุ่มการเมืองส่งอาสาสมัครเข้าร่วมสังเกตการณ์ตั้งแต่เปิดหีบ ลงคะแนน และนับคะแนน เพื่อให้เกิดการตรวจสอบร่วมกันอย่างโปร่งใส

สำหรับการแก้ปัญหาน้ำท่วม นายมงคลกิตติ์ระบุว่า ได้ศึกษาระบบการทำงานของสถานีสูบน้ำและอุโมงค์ระบายน้ำคลองบางซื่อ ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการรับน้ำจากคลองบางซื่อก่อนระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีแนวคิดขุดลอกคลองและคูน้ำที่ตื้นเขินให้ลึกขึ้น เพื่อเพิ่มศักยภาพการกักเก็บน้ำในลักษณะแก้มลิง

นอกจากนี้ ยังเสนอแนวทางวางท่อส่งน้ำคู่ขนานกับระบบเดิมในบางพื้นที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำโดยไม่ต้องรื้อระบบเดิมทั้งหมด ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบต่อการจราจรและลดระยะเวลาดำเนินโครงการ พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายคลองต่าง ๆ ให้เป็นเส้นทางลำเลียงน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า ปัจจุบันกรุงเทพมหานคร มีคลองกว่า 1,161 คลอง แต่มีเพียง 296 คลองที่อยู่ในความดูแลของสำนักการระบายน้ำ จึงจำเป็นต้องสำรวจและพัฒนาเครือข่ายคลองให้เชื่อมต่อกันมากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในระยะยาว

ทั้งนี้ นายมงคลกิตติ์ยัง เปิดเผยว่า ได้รับข้อมูลจากนักเรียนรายหนึ่งแจ้งว่าผู้ปกครองได้รับเงินมัดจำล่วงหน้าเพื่อซื้อเสียงในพื้นที่ใจกลางกรุงเทพมหานคร โดยอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อส่งให้ กกต. ตรวจสอบตามขั้นตอนกฎหมาย พร้อมย้ำว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ต้องปลอดจากการซื้อสิทธิขายเสียง และเปิดโอกาสให้ประชาชนใช้สิทธิอย่างเสรีและเป็นธรรม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน