วงจรปิดจับภาพนาที แม่ค้าขายกาแฟ ถูกชายปริศนาอ้างตัวเป็นอาจารย์ ทำทีเงินหาย ก่อนขอยืมเงิน รวม 600 บาท เผยขณะเกิดเหตุรู้สึกมึนงง ปฏิเสธแต่กลับหยิบเงินให้เอง เชื่ออาจถูกป้ายยา
ภาพกล้องวงจรปิดภายในร้านขายน้ำและกาแฟ “โกแจ็คขาตั้ง” ในตลาดสุวินทวงศ์ หมู่ 1 ตำบลคลองอุดมชลจร อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา บันทึกภาพชายรูปร่างท้วม สวมหมวกกันน็อก ขี่รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนเข้ามาจอดหน้าร้าน ก่อนเดินอ้อมเข้ามาทางด้านหลังร้านและพูดคุยกับแม่ค้าภายในร้าน จากนั้นได้ออกอุบายขอยืมเงินหลายครั้ง จนสามารถนำเงินสดไปได้จำนวน 600 บาท ก่อนขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีออกไปอย่างรวดเร็ว
วันที่ 20 มิ.ย.2569 ผู้สื่อข่าวเดินทางลงพื้นที่ไปยังร้านดังกล่าว พบกับ น.ส.สิริพร (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี เจ้าของร้าน ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 07.15 น. ของวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่แฟนของตนออกไปธุระนอกร้านได้ไม่นาน ชายคนดังกล่าวได้ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาจอดหน้าร้าน ก่อนเดินมาพูดคุยและอ้างตัวว่าเป็นอาจารย์

ชายคนดังกล่าวอ้างว่ากระเป๋าเงินซึ่งมีเงินสดอยู่ประมาณ 7,000 บาท สูญหายหลังจากไปกดเงินมา และทำทีเหมือนต้องการสอบถามหรือขอดูกล้องวงจรปิด ตนจึงไม่ได้เอะใจ กระทั่งชายคนดังกล่าวพยายามจะเดินเข้าไปภายในร้าน ตนจึงใช้มือดันเพื่อไม่ให้เข้ามา แต่หลังจากนั้นกลับรู้สึกมึนงงอยู่ชั่วขณะ
จากนั้นชายคนดังกล่าวได้ออกอุบายว่าไม่กล้าบอกใครว่าเงินหาย เพราะรู้สึกอับอาย พร้อมอ้างว่าภรรยาเป็นครูและเดินอยู่ในตลาดแห่งนี้เป็นประจำ ก่อนขอยืมเงินจำนวน 300 บาท เพื่อไปส่งลูกที่โรงเรียน โดยรับปากว่าจะให้ภรรยานำเงินมาคืนภายใน 15 นาที ด้วยความสงสารตนจึงหยิบเงินให้ไป
อย่างไรก็ตาม ชายคนดังกล่าวหลังเห็นว่าภายในถุงเงินยังมีเงินสดเหลืออยู่ ชายคนดังกล่าวได้พยายามขอยืมเงินเพิ่มอีกหลายครั้ง ทั้งที่ในใจตนเองและปากพยายามปฏิเสธว่าไม่มีเงินแล้ว แต่กลับหยิบเงินให้ไปอีก รวมทั้งหมด 3 ครั้ง เป็นเงิน 600 บาท โดยไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมจึงยอมให้เงิน ทั้งที่มีสติรับรู้และไม่ต้องการให้
โชคดีที่ในช่วงเวลาดังกล่าวมีลูกค้าเริ่มทยอยเข้ามาหน้าร้านและมีเสียงคนพลุกพล่าน ทำให้ชายคนดังกล่าวรีบเดินออกจากร้าน ก่อนขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป โดยตนไม่ได้สูญเสียทรัพย์สินมีค่าอื่น เช่น โทรศัพท์มือถือ หรือสร้อยคอทองคำ
หลังเกิดเหตุ ตนได้นำคลิปภาพจากกล้องวงจรปิดไปโพสต์เตือนภัยในกลุ่มตลาดสุวินทวงศ์ ปรากฏว่ามีแม่ค้าร้านเสริมสวยเข้ามาแสดงความคิดเห็น แจ้งว่าเคยถูกชายลักษณะคล้ายกันก่อเหตุหลอกยืมเงินในร้านเสริมสวยช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา
น.ส.สิริพร กล่าวว่า ต้องการนำเรื่องราวดังกล่าวออกมาเตือนภัยพ่อค้าแม่ค้าและประชาชน เพราะเชื่อว่าชายคนดังกล่าวเป็นมิจฉาชีพที่ตระเวนก่อเหตุในลักษณะเดียวกัน พร้อมอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
โดยยอมรับว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยเชื่อเรื่องการป้ายยาหรือมอมยา แต่เมื่อมาเจอกับตัวเอง รู้สึกเหมือนมีสติรับรู้ทุกอย่าง พยายามปฏิเสธ แต่กลับหยิบเงินส่งให้มิจฉาชีพอยู่ตลอดเวลา จึงอยากให้ทุกคนเพิ่มความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อในลักษณะเดียวกันอีก
