ภรรยาอุ้มลูกร่ำไห้ รู้ข่าวช็อก สามีขี่จยย.ไปทำงาน ถูกรถบรรทุก 6 ล้อกำลังเลี้ยวเข้าปั๊มน้ำมัน ทับหัวเสียชีวิต เผย ได้ยินเสียงชนดังสนั่นอย่างแรง
เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 26 มิ.ย.2569 ร.ต.ต.ธนปพล แย้มศรี รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองเพชรบุรี รับแจ้งเหตุรถบรรทุก 6 ล้อ ทับศีรษะผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ บริเวณทางเข้าปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง หลักกิโลเมตรที่ 154 ถนนเพชรเกษม(ขาล่องใต้) ม.1 ต.เวียงคอย อ.เมือง จ.เพชรบุรี จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี และอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถาน จังหวัดเพชรบุรี
จุดเกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ฟีโน่ ทะเบียน เพชรบุรี ล้มอยู่บริเวณทางเข้าปั๊ม ซึ่งอยู่ท้ายรถบรรทุก 6 ล้อ ทะเบียน เพชรบุรี ผู้เสียชีวิตคือ นายอรุณบัว (ขอสงวนนามสกุล) เป็นพนักงานขับรถของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง

ภรรยาอุ้มลูกร่ำไห้ รู้ข่าวช็อก สามีขี่จยย.ไปทำงาน ถูกรถบรรทุก 6 ล้อกำลังเลี้ยวเข้าปั๊มน้ำมัน ทับหัวเสียชีวิต เผย ได้ยินเสียงชนดังสนั่นอย่างแรง
สภาพศพนอนจมกองเลือดเสียชีวิต ศีรษะถูกล้อรถบรรทุกทับจนกะโหลกแตก มีเลือดกระจายไปทั่วบริเวณ ต่อมาภรรยาของผู้เสียชีวิตได้อุ้มลูกน้อย เดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุและร่ำไห้เศร้าโศกเสียใจอย่างหนัก สร้างความเวทนาให้กับผู้ที่พบเห็น
จากการสอบถาม นายวสันต์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี คนขับรถบรรทุกคู่กรณี กล่าวว่า ตนได้ขับขี่รถคันดังกล่าวกลับจากไปส่งปลาในพื้นที่มหาชัย โดยมุ่งหน้าเดินทางกลับบ้านในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช
ถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นทางเข้าปั๊มน้ำมัน ตนได้มองกระจกท้ายแล้วไม่เห็นว่ามีรถตามมา จึงได้เปิดไฟเลี้ยวเพื่อที่จะเข้าปั๊มน้ำมันจอดพักแวะอาบน้ำ จากนั้นได้ยินเสียงชนอย่างแรง จึงได้จอดรถและลงมาตรวจสอบ พบว่ารถของตนทับศีรษะผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ดังกล่าวจนเสียชีวิตคาที่
ด้าน นายสังวาลย์ (ขอสงวนนามสกุล) พ่อของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ลูกชายของตนเป็นพนักงานขับรถที่มหาวิทยาลัย ซึ่งทุกวันจะขับขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าว เพื่อเดินทางไปทำงาน กระทั่งวันนี้ได้มีคนโทรมาบอกว่าลูกชายประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ตนจึงได้รีบออกมาดู
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบร่องรอยการเฉี่ยวชนบริเวณเหนือขอบล้อหน้า ด้านซ้าย เป็นรอยครูดยาวประมาณ 30 เซนติเมตร หลังจากนี้จะประสานขอภาพจากกล้องวงจรปิดภายในปั๊มดังกล่าวมาทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งนึง เพื่อเพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป


