กมธ.ความมั่นคงฯ ปลื้ม ลงพื้นที่ดูรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา เผยสร้างได้สวยงาม พร้อมสนับสนุนกองทัพเต็มที่ สร้างทุกแนวรบ หนุนนโยบายรัฐบาล ถ้าไม่สร้างอีก 100 ปี ก็คุยกันไม่รู้เรื่อง หวั่นปะทะซ้ำ เล็งลง 4 จังหวัดอีสาน กลางเดือน ก.ค. เหตุเป็นพื้นที่ล่อแหลม “ทหารบ้านเขมร” ไม่มีวินัย

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 นายมณเฑียร สงฆ์ประชา สส.พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังการลงพื้นที่ดูรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ จ.จันทบุรี

ซึ่งเป็นการสร้างรั้วแรกของประเทศไทยว่า เป็นนิมิตรหมายอันดีที่เรามาในวันนี้ มาดูรั้วแห่งแรกที่สร้างอยู่บริเวณเขตแดนในระหว่างข้อพิพาทของไทย-กัมพูชา ตอนนี้หลักหมุดที่ 52-59 ดำเนินการไปแล้ว 1 กิโล 300 เมตร แต่ความยาวของแต่ละหลักหมุดไม่เท่ากัน ซึ่งตอนนี้ก็กำลังก่อสร้างต่ออีก 600 กว่าเมตร โดยตอนนี้ยังก่อสร้างไม่เสร็จ

นายมณเฑียร กล่าวอีกว่า ตรงไหนที่เขตแดนชัดเจน รัฐบาล โดยการนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการการะทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เรามีนโยบายชัดเจนว่า เราพร้อมที่จะสร้างรั้วในทุกพื้นที่ทั้ง พื้นที่กองทัพภาค 1-2 กองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดง พร้อมที่จะดำเนินการให้

ส่วนในเรื่องของความแข็งแรงของรั้วมีอะไรที่ติดขัดต้องแก้ไขหรือไม่ นายมณเฑียร กล่าวว่า ตนพอใจ เพราะสร้างได้สวยงาม โดยช่างฝีมือทหาร ไม่ได้มีการจ้าง และเงินดังกล่าวเป็นเงินบริจาคของกองทุนหทัยทิพย์ เป็นกองทุนที่จัดตั้งขึ้นภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์ รวมถึงงบประมาณแผ่นดินได้มีการเตรียมไว้พร้อม

เมื่อถามว่า มีรายงานของอุปสรรคในการสร้างรั้วหรือไม่ นายมณเฑียร กล่าวว่า ไม่มีเพราะการสร้างรั้วได้ ต้องทั้งสองฝ่ายตกลงกันชัดเจนในคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือ JBC ที่เราได้ตั้งขึ้นมา และถ้าตรงไหนที่เรายังไม่มีข้อตกลงร่วมกันชัดเจนก็มาปักเขตแดนคร่าว ๆ ไว้ โดยยืนยันว่า หากตรงไหนเขตแดนชัดเจนก็จะมีการสร้างทันที

เมื่อถามว่า คณะกรรมาธิการความมั่นคงจะมีการเดินหน้าสนับสนุนกองทัพ อย่างไรบ้าง นายมณเฑียร กล่าวว่า ยินดีในทุกด้าน ทุกเรื่อง ทั้งเรื่องงบประมาณ และเรื่องต่าง ๆ ขอให้มีการประสานงานมาว่า ติดขัดอยู่ตรงไหน เราฝ่ายนิติบัญญัติ เราจะเป็นผู้ประสานงานให้

พร้อมยืนยันว่า กมธ.ความมั่นคงฯ จะมีการสนับสนุนอย่างเต็มที่ และให้ประสบความสำเร็จ เพราะถ้าไม่สร้าง อีก 100 ปีก็คุยกันไม่รู้เรื่อง เดี๋ยวก็เกิดการปะทะอีก เพราะเรามีการปะทะกันมา 2 ครั้งแล้วกับเรื่องนี้ และเป็นห่วงประชาชนในพื้นที่

ส่วนในอนาคตได้มีการปรึกษาหารือกันใน กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ เพราะกรรมาธิการความมั่นคงมีหลายพรรค ทางฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล แต่พอมีการจับมือร่วมกันเป็นกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ เราไม่มีเรื่องทางการเมือง ไม่มีพรรคการเมือง เราพร้อมร่วมมือกันทุกภาคส่วนที่จะผลักดันในเรื่องความมั่นคงให้ ประสบความสำเร็จให้ได้

นอกจากนี้วันที่ 11-13 ก.ค. 69 ก็จะมีการลงพื้นที่เช่นเดียวกัน ที่ จ.บุรีรัมย์ จ. สุรินทร์ จ.ศรีสะเกษ จ.อุบลราชธานี เนื่องจากเป็นพื้นที่ล่อแหลม เพราะทหารทั้งสองฝ่ายยังมีการเผชิญหน้ากันอยู่ และเบาะบางมาก

“ทางฝ่ายกัมพูชาไม่ว่า เราจะดำเนินการทำอะไรทางฝ่ายกัมพูชาก็จะมีการยั่วยุ ให้เข้าทางเขาให้ได้ เพราะทหารทางบ้านเขาไม่มีวินัย ไม่ใช่ทหารอาชีพ เหมือนประเทศเรา เรามีข้อตกลงระหว่างประเทศอะไรเราทราบหมด ผมได้ทราบข่าวว่า เขามีการแก้แม้กระทั่งกฎหมายการเกณฑ์ทหารโดยที่ไม่มีอะไรเลย และให้คนอายุ 15 ไปเป็นทหารเลยมันเลย มันไม่ค่อยมีระเบียบวินัยเท่าไหร่ ” นายมณเฑียร กล่าว

นายมณเฑียร กล่าวต่อว่า ตนต้องขอขอบคุณทหารทุกภาคส่วน เพราะอยู่ชายแดนมีความลำบากต้องเจออุปสรรคมากมาย และพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ที่เราชนะโดยไม่ต้องรบ เราจึงได้เลือกเดินทางมาที่จุดนี้เป็นจุดแรกเพื่อนำจุดนี้ไปเป็นข้อมูลที่เราจะไปแก้ปัญหาตรงที่กำลังมีปัญหาต่อไป

ส่วนประเด็นดรามาเรื่องรั้ว ที่มีช่องว่าง นายมณเฑียร กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องไม่จริงเพราะเราไปยืนอยู่ตรงรั้วแล้ว และที่เห็นว่า มีการเว้นช่องว่างไว้เพราะต้องให้คณะกรรมการ JBC หรือคณะกรรมการทั้ง 2 ฝ่ายมาดูอีกครั้ง แล้วแบบที่มีการออกแบบไว้ได้มีการชี้แจงแล้วว่า เราจะทำรั้วทึบปิดหมด แต่ถ้าคณะกรรมการทั้ง 2 ฝ่ายจะดูเราก็สามารถเปิดให้ได้ อาจจะมีการทำเป็นที่เปิดปิดได้ในอนาคต

ทั้งนี้นายมณเฑียร ยืนยันว่า การสร้างรั้วครั้งนี้เป็นความร่วมมือของทั้งฝ่ายไทย และฝ่ายกัมพูชา เพราะจุดดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีการประชุมคณะกรรมการ JBC และมีการเจรจา และลงนามเรียบร้อยแล้วว่า ตรงนี้เป็นเขตแดนไทย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน