ฮีโร่คอซอง ชื่นชมนักเรียนสาว ชั้นม.3 โรงเรียนบ้านนางั่ว เพชรบูรณ์ ช่วยเหลือชายประสบอุบัติเหตุ ถูกรถพ่วงชนขาขาด ห้ามเลือด พูดคุยเรียกสติ พยายามไม่ให้หลับ จนรอดชีวิต

วันที่ 29 มิ.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ศิริรัตน์ ฤทธิมล หรือน้องน้ำฝน อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนบ้านนางั่ว(เจริญวิทยาคาร) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูณณ์ เขต 1 ได้ให้การช่วยเหลือ ผู้ประสบอุบัติเหตุถูกรถพ่วงชนเฉี่ยวชน จนทำให้ผู้ขับขี่ขาขวาขาด ขาซ้ายผิดรูป กระเด็นตกลงไปอยู่ข้างทาง อาการสาหัส

โดยนักเรียนคนดังกล่าวได้เข้าช่วยเหลือห้ามเลือด และโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และกู้ชีพจนสามารถช่วยผู้บาดเจ็บได้ทันเวลา โรงเรียนจึงได้มอบประกาศเกียรติคุณรวมทั้งญาติของผู้บาดเจ็บได้มอบเงินเพื่อเป็นการขอบคุณให้จำนวนหนึ่ง

น.ส.ศิริรัตน์ ฤทธิมล หรือน้องน้ำฝน เปิดเผยว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเวลาประมาณ 08.00 น.วันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่ตนกำลังขี่รถจักรยานยนต์ บนถนนเลี่ยงเมืองสายสำนักหมัน-บ้านโตก ต.นางั่ว อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ เพื่อจะไปโรงเรียน เมื่อถึงจุดเกิดเหตุได้สังเกตเห็นว่ามีรถบรรทุกพ่วงจอดอยู่ข้างทาง แต่ตนก็ไม่ได้สนใจ เพราะมักจะมีรถพ่วงจอดพักอยู่ข้างทางเป็นประจำอยู่แล้ว

แต่ก็ได้มีชาวบ้านโบกมือเรียก ประกอบกับได้สังเกตว่า ที่พื้นถนนมีเศษเนื้อกองอยู่ข้างทาง จึงเลี้ยวรถกลับมาดู ชาวบ้านจึงได้บอกว่ามีรถจักรยานยนต์ถูกรถพ่วงเฉี่ยวชน จนทำให้คนขับกระเด็นตกไปอยู่ข้างทาง ตนจึงรีบลงไปดู ก็พบว่าผู้บาดเจ็บเป็นผู้ชาย ขาขวาขาด จนเกือบถึงโคน ขาซ้ายงอผิดรูป ตนจึงพยายามสอบถามแต่ชายคนดังกล่าวก็พูดด้วยเสียงที่แผ่วเบา

ตนจึงได้นำเสื้อคลุมของผู้บาดเจ็บมาพันรอบขา พร้อมกับกดไม่ให้เลือดไหล รวมทั้งพูดคุยกับผู้บาดเจ็บตลอดเวลา เพื่อไม่ให้ผู้บาดเจ็บหลับ พร้อมกันนี้ก็ได้โทรศัพท์ไปที่ 1669 รวมทั้งโทรแจ้ง 191 เพื่อแจ้งเหตุ ตนพยายามชวนผู้บาดเจ็บคุยอยู่ประมาณ 10 นาที รถกู้ชีพโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ก็ได้มาถึงและให้การช่วยเหลือ พร้อมนำตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งก็ทราบว่าขณะนี้ผู้บาดเจ็บอาการปลอดภัยแล้วแต่ก็ยังต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

น.ส.ศิริรัตน์ ฤทธิมล หรือน้องน้ำฝน เปิดเผยอีกว่า วินาทีที่เจอผู้บาดเจ็บนั้น อาการหนักมากพูดได้เพียงแผ่วๆ ซึ่งถ้าหากตนไม่วกรถกลับไปดู หรือให้การช่วยเหลือ แจ้งเจ้าหน้าที่ช้ากว่านี้ ก็ไม่รู้ว่าจะสามารถช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บได้หรือไม่ เพราะชาวบ้านทั้ง 2 คนที่พบเหตุการณ์ก็เป็นผู้สูงอายุไม่มีโทรศัพท์มือถือ เพียงได้แต่ยืนดูเท่านั้น

และหลังจากทราบว่าผู้บาดเจ็บพ้นขีดอันตรายแล้ว รู้สึกดีใจมาก ส่วนวิธีการช่วยเหลือ และเทคนิคการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ พูดคุยไม่ให้หลับนั้น จดจำมาจากการเข้าอบรมที่โรงเรียน ซึ่งได้จัดขึ้น รวมทั้งพี่สาว ซึ่งอดีตเป็นพยาบาล ได้อบรมสั่งสอนในการช่วยเหลือคนในเหตุการณ์ต่างๆ ตนจึงจดจำและสามารถนำมาใช้ได้จริงในครั้งนี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน