รถทัวร์ 2 ชั้น พุ่งเสยท้ายรถบรรทุก 18 ล้อ จอดพักข้างทางเต็มแรง ผู้โดยสารเจ็บระนาว 15 ราย โชเฟอร์ อ้างไม่ทันสังเกต ยืนยันไม่ได้หลับใน ผู้โดยสาร เผยนาทีระทึก

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 30 มิ.ย.2569 พ.ต.ท.ชัยพร พรมเสนา สารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองชัยภูมิ รับแจ้งเหตุรถทัวร์โดยสาร 2 ชั้น ชนรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ บริเวณถนนสาย 201 ชัยภูมิ-กรุงเทพฯ ฝั่งขาเข้าตัวเมือง ด้านหน้าบริษัทแห่งหนึ่ง ห่างจากตัวเมืองชัยภูมิ 3.5 กิโลเมตร จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยมูลนิธิสว่างคุณธรรมชัยภูมิ และหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลชัยภูมิ

ที่เกิดเหตุพบรถทัวร์โดยสาร 2 ชั้น สายกรุงเทพมหานคร-หนองบัวลำภู-ศรีเชียงใหม่ ทะเบียน กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้าพังยับเยิน กระจกหน้าแตก หลังพุ่งชนท้ายรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ทะเบียน อ่างทอง ซึ่งจอดอยู่บริเวณทางเบี่ยงไหล่ทางใกล้จุดกลับรถ

รถทัวร์ 2 ชั้น

รถทัวร์ 2 ชั้น พุ่งเสยท้ายรถบรรทุก 18 ล้อ จอดพักข้างทางเต็มแรง ผู้โดยสารเจ็บระนาว 15 ราย โชเฟอร์ อ้างไม่ทันสังเกต ยืนยันไม่ได้หลับใน ผู้โดยสาร เผยนาทีระทึก

เจ้าหน้าที่ใช้เวลาช่วยเหลือผู้โดยสารออกจากตัวรถ โดยมีผู้บาดเจ็บ 15 ราย ส่วนใหญ่มีอาการบาดเจ็บบริเวณแขน ขา หัวเข่า และเอว ก่อนนำส่งโรงพยาบาลชัยภูมิ ขณะที่ผู้โดยสารที่เหลือไม่ประสงค์เข้ารับการรักษาและรอรถมารับเดินทางต่อไปยังจุดหมาย

จากการสอบถาม นายศุภชัย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 65 ปี ผู้โดยสาร กล่าวว่า รถออกจากสถานีขนส่งหมอชิต กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา 20.30 น.ของวันที่ 29 มิ.ย.

รถทัวร์ 2 ชั้น

นายศุภชัย กล่าวต่อว่า ตลอดเส้นทางไม่มีการจอดพักหรือเปลี่ยนพนักงานขับรถ ก่อนจะเกิดเหตุขณะผู้โดยสารส่วนใหญ่กำลังหลับ เบื้องต้นคาดว่ารถทัวร์อาจเบี่ยงออกซ้ายจนพุ่งชนท้ายรถพ่วงที่จอดอยู่

ด้าน นายปรีชา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี พนักงานขับรถทัวร์ ให้การว่า รับผู้โดยสารจากกรุงเทพฯ รวม 35 คน ถึงจุดเกิดเหตุไม่ทันสังเกตเห็นรถพ่วงที่จอดอยู่ริมทาง จึงเกิดการพุ่งชน ทั้งนี้ ตนยืนยันว่าไม่ได้หลับใน

ขณะที่ นายทวีศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี คนขับรถบรรทุกพ่วง กล่าวว่า ขับรถบรรทุกเหล็กเส้นมาจาก จ.ลพบุรี และจอดพักบริเวณดังกล่าวได้ประมาณ 30 นาที ก่อนจะได้ยินเสียงดังสนั่นจากด้านท้ายรถ เมื่อออกมาตรวจสอบพบว่ารถทัวร์พุ่งชนท้าย จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ

พ.ต.ท.ชัยพร กล่าวว่า หลังตรวจสอบและช่วยเหลือผู้บาดเจ็บแล้ว เจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายรถทั้ง 2 คันออกจากผิวจราจรเพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน พร้อมเชิญพนักงานขับรถทั้งสองฝ่ายเข้าสอบปากคำอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน