ซ้อลัก นักธุรกิจสาว แจ้งความดำเนินคดี ประธานมูลนิธิชื่อดัง แอบอ้างใช้ชื่อเปิดบัญชี พบโอนเงินกว่า 70 ครั้งเข้าบัญชีส่วนตัว เป็นเงินเกือบล้านบาท
นนทบุรี : เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 1 ก.ค.2569 น.ส.วิไลลักษณ์ ไชยชาญ หรือ ซ้อลัก อายุ 44 ปี นักธุรกิจสาว พร้อมด้วย นายภูวกร ศรีเนียน ที่ปรึกษาส่วนตัว เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อให้ดำเนินคดี ประธานมูลนิธิชื่อดังแห่งหนึ่ง พร้อมพวก หลังพบว่านำชื่อของ น.ส.วิไลลักษณ์ ไชยชาญ ไปแอบอ้างเปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับบริจาค ที่ธนาคารในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งเขต อ.เมืองนนทบุรี โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 พ.ค.67
ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 พ.ค.67 ประธานมูลนิธิดังกล่าวกับพวกทั้งสองคน แอบนำชื่อของ น.ส.วิไลลักษณ์ ไชยชาญ เป็นผู้เข้าร่วมประชุมของ มูลนิธิดังกล่าว ในวาระ การพิจารณาเรื่องขอเปิดบัญชีมูลนิธิกับธนาคารแห่งหนึ่ง จำนวน 2 บัญชี

ซ้อลัก นักธุรกิจสาว แจ้งความดำเนินคดี ประธานมูลนิธิชื่อดัง แอบอ้างใช้ชื่อเปิดบัญชี-โอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว
โดยที่ น.ส.วิไลลักษณ์ผู้เสียหาย ไม่ได้เป็นผู้เข้าร่วมประชุมและไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับมูลนิธิดังกล่าว จนทำให้ได้รับความเสียหายตามมา จนกระทั่งเมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ที่ผ่านมา ทาง น.ส.วิไลลักษณ์ มาทราบความจริงว่าตัวเองไปมีชื่ออยู่ในบัญชีขอรับบริจาคเงินจากมูลนิธิดังกล่าว จึงตัดสินใจรวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความในวันนี้
น.ส.วิไลลักษณ์ หรือ ซ้อลัก ซึ่งตกเป็นผู้เสียหาย กล่าวว่า วันนี้เดินทางมาแจ้งความเพราะว่ามูลนิธิแห่งหนึ่งนำชื่อตน ไปแอบอ้างในการเปิดบัญชีธนาคารเพื่อขอรับบริจาค ทำให้ตนกังวลว่าจะได้รับผลกระทบจากการเปิดบัญชีรับบริจาคเงินของมูลริธิดังกล่าวไปด้วย ทั้งๆที่ตนไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องใดๆกับมูลนิธิดัวกล่าว
ด้าน นายภูวกร ศรีเนียน ที่ปรึกษาของผู้เสียหาย กล่าวว่า หลังจากผู้เสียหายทราบเรื่องจึงทำการตรวจสอบหลักฐาน จนพบว่ามีการนำชื่อผู้เสียหายไปใส่ไว้ในรายงานการประชุมของมูลนิธิแห่งหนึ่ง จากนั้นมีการนำหลักฐานการประชุมไปยื่นขอเปิดบัญชีกับธนาคารแห่งหนึ่ง ทำให้เกิดความเสียหายตามมา จึงตัดสินใจเดินทางเข้าแจ้งความ และจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
ซึ่งหลังจากนี้จะเดินทางไปติดต่อกับทางธนาคาร ที่อนุมัติให้มีการเปิดบัญชีมูลนิธิดังกล่าวเพื่อให้ข้อเท็จจริงกับทางธนาคาร เพราะทางธนาคารเองอาจตกเป็นผู้เสียหายร่วมด้วย นอกจากนี้จะขอให้ตรวจสอบเอกสารอื่นๆอีกด้วย
นายภูวกร กล่าวอีกว่า หลังจากที่ประธานมูลนิธิดังกล่าวแอบอ้างนำชื่อผู้เสียหายไปอยู่ในขบวนการเปิดบัญชี ทางผู้เสียหายได้ตรวจสอบ พบว่ามีการเดินบัญชีผิดปกติ มีการโอนเงินบริจาคเข้าบัญชีส่วนตัว ซึ่งพบว่ามีการกระทำจำนวนหลายครั้ง
วันนี้จึงเดินทางมาให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ว่าผู้เสียหายไม่ได้เกี่ยวข้องกับมูลนิธิดังกล่าว เพื่อปกป้องตัวเอง และหากผู้ใดพบว่ามีชื่อผู้เสียหายอยู่ในมูลนิธิดังกล่าว ให้แจ้งกลับมาที่ผู้เสียหาย และขอยืนยันว่าผู้เสียหายไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับมูลนิธิแห่งนี้
สำหรับการเปิดมูลนิธิและมีการขอรับบริจาคจากประชาชนนั้นถือว่าเป็นองค์กรสาธารณะ ไม่ใช่ของผู้ใดผู้หนึ่ง ประธานมูลนิธิไม่สามารถใช้อำนาจในการโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวได้ ซึ่งหากพบถือว่าต้องมีการตรวจสอบ ซึ่งมันส่อไปในทางไม่โปร่งใส ซึ่งผู้เสียหายพบว่ามีการโอนเงินไปมากกว่า 70 ครั้ง เป็นอย่างน้อย รวมเป็นวงเงินเกือบหนึ่งล้านบาท

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างติดต่อธนาคารเพื่อขอตรวจสอบเอกสารในการเปิดบัญชี เพื่อรวบรวมหลักฐานความผิด ก่อนออกหมายเรียกประธานมูลนิธิชื่อดังและพวก มาทำการสอบปากคำเพื่อพิจารณาดำเนินแจ้งขัอกล่าวหาต่อไป