หญิงไทยเจ้าของอพาร์ตเมนต์ ร้องขอความเป็นธรรมให้หนุ่มพม่า หลังจมน้ำเสียชีวิต เพื่อนชาติเดียวกันให้การเมาจมน้ำตาย เปิดวงจรปิดดูกลายเป็นคนละเรื่อง ข้องใจทำไมต้องให้การแบบนั้น
จากเหตุการณ์ นายเมียว ลิน ลู อายุ 30 ปี สัญชาติเมียนมา จมน้ำเสียชีวิตภายในคลองโสธร ทางอาคารศูนย์กีฬาโรงเรียนวัดโสธร อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อช่วงเช้า วันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่ขณะเดียวกัน นางคิก คิง โซ อายุ 30 ปี ระบุว่า รู้จักกับผู้ตายเพราะทำงานก่อสร้างด้วยกัน ผู้ตายชอบมาขอยืมเงินกินเหล้า ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 มิ.ยที่ผ่านมา ผู้ตายมาขอยืมเงินตน 100 บาท เพื่อไปซื้อเหล้า แต่ตนปฏิเสธ เนื่องจากผู้ตายไม่ยอมมาทำงาน 3 วันแล้ว เอาแต่กินเหล้าติดต่อกันทั้งวันทั้งคืน ไม่ยอมหลับยอมนอน แล้วก็พูดอยู่คนเดียว ส่งเสียงดังทั้งคืน
จนเมื่อเช้าสามีของตนมาทำงานก่อสร้างบริเวณเขื่อน ก็พบว่าผู้ตายลอยอยู่ในคลอง ตนและเพื่อนจึงรีบลงไปช่วยเหลือ เพราะคิดว่าเพิ่งจะตกน้ำแล้วหมดสติ พอไปถึงโรงพยาบาลก็เพิ่งรู้ว่าเสียชีวิตไปนานแล้ว คาดว่าผู้ตายน่าจะออกหาปลาในคลองตอนกลางคืน ส่วนสาเหตุที่จมน้ำน่าจะเกิดจากเมา และไม่ได้นอนติดต่อกันมาถึง 3 วันแล้ว
ล่าสุดช่วงเช้าวันที่ 1 ก.ค.69 ผู้สื่อข่าวได้รับการประสานจาก น.ส.ซาร่า อายุ 48 ปี เจ้าของอพาร์เมนต์บริเวณจุดเกิดเหตุ โดยนำภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้ทั้งหมด มาให้ผู้สื่อข่าวดู และอยากเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับผู้ตาย ซึ่งคำให้การก่อนหน้านี้ของ นางคิก คิง โซ เป็นการปรักปรำทั้งหมด ขนาดคนตายไปแล้วยังโดนกลั่นแกล้งว่าเมา และไม่ยอมทำงาน ซึ่งวันเกิดเหตุ ผู้ตายเป็นคนแรกที่มาทำงานจนเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว
น.ส.ซาร่า เปิดเผยว่า หลังเกิดเรื่องตนมาทราบอีกวัน มีการคุยกันกับคนรู้จักจึงทราบเรื่องดังกล่าว มีการไล่เลียงกันเรื่องหนุ่มพม่าที่เสียชีวิตเมื่อวานนี้ และคนงานก่อสร้างได้มาขอต่อไฟฟ้า เพื่อใช้ไฟในช่วงที่ผ่านมา ตนจึงรู้สึกเอะใจเพราะหลังเกิดเรื่องคนงานก่อสร้างหายไปหมด จึงได้เปิดกล้องวงจรปิดย้อนดู
และพบว่า ผู้ตายมาทำงานเป็นคนแรก ก่อนจะเดินไปจุดดังกล่าวเพื่อแกะแบบ เนื่องจากก่อนวันที่เกิดเหตุมีการเทปูนบริเวณริมเขื่อน คาดว่าผู้ตายน่าจะต่อไฟเข้ากับหินเจียร แล้วนำหินเจียรลงไปในน้ำ เพื่อเจียรแบบเหล็กที่เชื่อมไว้ออก แต่ขณะที่กำลังเจียรนั้นได้ลากสายไฟแล้วไม่ทันระวัง ทำให้เต้าเสียบที่อยู่ด้านบน ตกลงไปในคลอง ทำให้ นายเมียว ลิน ลู ถูกไฟชอร์ตเสียชีวิต
จากนั้นสามีของ นางคิก คิง โซ ได้วิ่งมาถอดปลั๊กแล้วกระโดดลงไปช่วย ซึ่งเป็นคนเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด แต่ทำไม นางคิก คิง โซ ถึงให้การกับตำรวจไปแบบนั้น ตนเห็นภาพแล้วรู้สึกถึงความไม่เป็นธรรม อีกทั้งเป็นคนชาติเดียวกันทำไมถึงพูดให้การแบบนี้ ผิดกับข้อเท็จจริงทั้งหมด จึงอยากนำเรื่องนี้ออกมาพิสูจน์ความเป็นธรรมให้กับผู้ตาย และได้ให้ข้อมูลรวมทั้งภาพวงจรปิดกับตำรวจไปหมดแล้ว
ซึ่งตนได้นิมนต์พระสงฆ์ 1 รูป มาเชิญวิญญาณตามความเชื่อ เพราะครบกำหนดการเสียชีวิตครบ 3 วันแล้ว ไม่อยากให้ตรงนี้มีตัวตายตัวแทน หากวิญญาณของ นายเมียว ลิน ลู วนเวียนอยู่ เพื่อความสบายใจของตนและผู้พักอาศัย