พัทลุง แม่-น้าสาวคาใจ กำนันจ้าง 1,000 บาท ให้ถอนแจ้งความ คดีจับลูกบ้านใส่กุญแจมือไพล่หลัง-ปล่อยมดแดงกัด ก่อนถูกพาไปโรงพักให้โกหกว่า สะลึมสะลือ ยอมเซ็นถอนแจ้ง ความกลัวแม่ไม่ปลอดภัย ญาติติดใจ ไม่เรียกพยานอยู่ในเหตุการณ์ สอบปากคำ เปลี่ยนตร.สอบสวน ญาติกำนัน
2 กรกฎาคม 69 – ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้ากรณี นางสมทรง ชื่นมาก อายุ 49 ปี มารดา และนางอมรรัตน์ สีมุณี อายุ 36 ปี น้าสาว ของ นายสุเทพ ชื่นมาก อายุ 28 ปี เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับผู้สื่อข่าว
หลังกล่าวอ้างว่า นายอดิศักดิ์ สินทรัพย์ กำนันตำบลลำสินธุ์ อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง เข้าไปควบคุมตัวนายสุเทพ ขณะนอนหลับอยู่ภายในบ้าน พร้อมทำร้ายร่างกาย ใส่กุญแจมือไพล่หลัง ก่อนนำไปมัดกับต้นมะม่วงหน้าบ้าน ตบใบหน้า และปล่อยมดแดง 4 รังกัดตามร่างกาย นานกว่า 4 ชั่วโมง
โดยอ้างว่า มีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดว่า นายสุเทพ ขโมยด้วงของชาวบ้าน ก่อนที่ญาติจะไปขอความช่วยเหลือจาก ตำรวจ สภ.ศรีนครินทร์ ให้มาช่วยไขกุญแจมือ

ล่าสุด ความคืบหน้าของคดี นางอมรรัตน์ สีมุณี อายุ 36 ปี น้าสาว นางสมทรง ชื่นมาก อายุ 49 ปี มารดา นายสุเทพ ชื่นมาก หรือ ตึก อายุ 28 ปี ผู้เสียหาย ตกใจ หลัง อัยการโทรมาสอบถามถึงคดีว่า ทำไมคดีดังกล่าวที่แจ้งความ ญาติทราบหรือไม่ว่า มีการถอนแจ้งความแล้ว
โดย น้าสาวและแม่ ต่างงง เลยไปขอดูสำนวนจากพนักงานสอบสวน ที่ สภ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง แต่ทางพนักงานสอบสวนบอกว่าไม่มีสิทธิ์ และดูสำนวนไม่ได้ เนื่องจากนายสุเทพเป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว
น้าสาวบอก ว่านายสุเทพ อ่านหนังสือไม่ออก และเป็นผู้ป่วยทางสารเสพติด กลัวถูกหลอกล่อ มาเซ็นต์คำให้การถอนแจ้งความดำเนินคดีกับกำนัน และสงสัยว่า ทุกครั้งที่พนักงานสอบสวนเรียก นายสุเทพสอบปากคำ จะไม่ให้ แม่หรือน้าสาวเข้าไปฟัง เลยทำให้เกิดก็สงสัย
อีกทั้งระยะหลังมีข้อสังเกตแปลกๆ ของ ทาง สภ.ศรีนครินทร์ ได้เปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน จาก ร.ต.อ. มาเป็น รอง ผกก.สอบสวน ที่เป็นญาติของกำนันโดยตรง มาทำคดีแทน ร้อยเวรคนเดิม ทั้งที่ไม่ได้ลาป่วย หรือลาไปไหน และมีการเรียกพยานที่ไม่อยู่ในเหตุการณ์มาสอบปากคำแก้ต่างให้กำนันส่วนคนที่อยู่ในเหตุการณ์จริง ไม่เคยเรียกมาสอบ
พร้อมกันนั้น ในการทำสำนวนคดี หลักฐานที่เกิดเหตุ ภาพถ่ายคริบ ที่ถูกกำนัน ทารุณกรรม ที่มีการเผยแพร่ทางสื่อ ทางพนักงานสอบสวนไม่ได้ส่งให้พร้อมสำนวนกับทางอัยการ ที่ดูแลคดี ทำให้ทางอัยการโทรสอบถามน้าสาว ยิ่งทำให้งงเข้าไปไหญ่ ยิ่งเข้าใจว่าตำรวจเริ่มสอบเข้าช้างและทำให้ให้สวนอ่อนจนไม่พอฟ้อง จึงได้เข้าร้องขอความเป็นธรรมจากผู้สื่อข่าวอีกครั้ง
ด้าน นายสุเทพ หรือ นายตึก เปิดเผยถึงวันที่เดินทางไปถอนแจ้งความว่า วันนั้นมีทั้งหมด 3 คน คือ ตัวเอง กำนัน และภรรยาของกำนัน โดยภรรยาของกำนัน เป็นผู้ขับรถไปส่งที่โรงพัก ก่อนเดินทางกลับตามที่กำนันสั่ง ส่วนกำนันพาตนขึ้นไปชั้นบนของโรงพัก เข้าห้องรองผู้กำกับ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ไปถึงโรงพักแล้วถูกให้เซ็นเอกสารเลยหรือไม่ นายสุเทพ ตอบว่า รองผู้กำกับถามว่ามาทำอะไร ตนจึงตอบว่า มาถอนแจ้งความของกำนัน จากนั้น รองผู้กำกับ ถามว่า เห็นอาวุธอะไรหรือไม่ ซึ่งตนตอบว่า ไม่ เพราะมีการพูดคุยกันไว้แล้วตั้งแต่อยู่บนรถก่อนมาถึง สภ.ศรีนครินทร์ โดยมีการเตี๊ยมกันไว้ว่า ให้ตนเองตอบว่า กำนัน บอกว่า มึงโกหกไปก็ได้ว่า มึงสะลึมสะลือ เพื่อให้ตนโกหกเรื่องที่เห็นอาวุธ ซึ่งตนยอมรับว่า ผมก็จำเป็นต้องโกหก
จากนั้นผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อไปถึงโรงพักแล้วเป็นอย่างไร นายสุเทพตอบว่า เมื่อไปถึงได้ขึ้นไปชั้นบน เข้าห้องรองผู้กำกับ โดยรองผู้กำกับถามว่า มาทำอะไร ตนจึงตอบว่า มาถอนแจ้งความของกำนัน
นายสุเทพ กล่าวว่า หลังจากนั้น รองผู้กำกับ ถามว่า เห็นอาวุธอะไรหรือไม่ ซึ่งตนตอบว่า ไม่ เพราะมีการพูดคุยกันไว้แล้วบนรถ และเมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า กำนันบอกอะไร นายสุเทพตอบว่า ผมก็โกหกเขาไปก่อน ผมว่า ผมยังไม่เห็น ผมสะลึมสะลือ อะไรประมาณนี้ก็โกหกเขาไป
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ระหว่างเดินทางกำนันพูดอะไรอีกหรือไม่ นายสุเทพ ตอบว่า กำนันบอกว่า มึงถอนไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก เพราะถ้าแม่มึงไม่ถอน ยังไงแกก็ต้องทำเรื่องเดินเรื่องอยู่ดี
นายสุเทพ กล่าวว่า ตนเข้าใจว่า ตัวเองอาจต้องติดคุก เพราะเคยหนีการคุมประพฤติ จึงคิดว่า ผมเข้าใจว่าผมจะติดคุก ก็เลยเออ ไปเซ็นให้แก ให้เสร็จ ๆ ไป เผื่อแม่ได้ปลอดภัย จะได้ไม่เป็นห่วงแม่เกิน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเหตุผลที่ยอมไปถอนแจ้งความ นายสุเทพ ตอบว่า ผมเป็นห่วงแม่ กลัวว่าถ้าผมไม่ถอน แล้วผมไปติดคุก กลัวว่าเขาจะมาทำแม่ ทำร้ายแม่ ผมเป็นห่วงแม่ อยากให้แม่ปลอดภัยก่อน ทำยังไงก็ได้ให้แม่ปลอดภัยก่อน ตัวผมติดคุกยังไงก็ไม่เป็นไร
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า กำนันให้เงินหรือไม่ นายสุเทพ ตอบว่า ให้เงิน 1,000 บาท แต่หลังรับเงินแล้ว ได้นำไปวางไว้บนรถ โดยกล่าวว่า ผมรับเสร็จ ผมก็วางไว้ที่รถ ผมลงจากรถ ผมก็วิ่งเข้าไปหลบในบ้านพี่เอก
นายสุเทพ กล่าวย้ำว่า สาเหตุที่ยอมถอนแจ้งความ เพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของแม่ อยากให้แม่ปลอดภัย พร้อมระบุว่า ตนเข้าใจว่า ตัวเองอาจต้องติดคุก เนื่องจากเคยหนีการคุมประพฤติ
นายสุเทพกล่าวต่อว่า กำนันบอกกับตนว่า ไม่ต้องปรึกษาอะไร มันอยู่ที่ตัวเรา อยู่ที่ตัวพี่ผู้ช่วยนี่แหละ ถ้าจะถอนหรือไม่ถอน ไม่เกี่ยวกับ แม่พี่ผู้ช่วย ถ้าพี่ผู้ช่วยเซ็นให้ ก่อนที่ตนจะตัดสินใจยอมเซ็นถอนแจ้งความ เพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของแม่ และเข้าใจว่า หากตนต้องถูกจำคุก แม่อาจได้รับอันตราย จึงยอมเซ็นให้เรื่องจบ โดยย้ำว่า ตัวผมติดคุกยังไงก็ไม่เป็นไร
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ปัจจุบันยังต้องเข้ารับการตรวจปัสสาวะหรือไม่ นายสุเทพตอบว่า เจ้าหน้าที่นัดตรวจทุก 7 วัน และผลตรวจไม่เคยพบสารเสพติด
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 25569 ทางผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกำนัน โดยขอเวลา 30 วัน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบผลการรายงาน
ผู้เสียหาย ร้องขอความช่วยเหลือจาก คณะกรรมการสิทธิ์มนุษยชนแห่งชาติ เข้าคุ้มครองสิทธิเพราะหวั่นคดีจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ร้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เอาผิดตำรวจ 4 นาย ที่เข้าเวร แต่ไม่เข้าช่วยเหลือผู้เสีย แต่ทุกหน่วยงานที่ร้องไปยังไม่มีการตอบรับหรือเข้าช่วยเหลือ
