แม่แจ้งลูกชายหมดสติในห้องนอน มีเลือดออกทางปาก หลังได้ยินเสียงดังคล้ายของล้ม แต่เมื่อกู้ภัยไปถึงกลับพบว่าถูกยิงเสียชีวิต เพื่อนเผยเคยบ่นอยากตาย ตร.พบพิรุธหลายอย่าง เร่งตรวจสอบ

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 2 ก.ค.2569 ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 1669 จังหวัดอุดรธานี ได้รับแจ้งว่ามีชายหมดสติอยู่ภายในบ้านพักในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลอุดรธานี และอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิส่งเสริมธรรมแห่งอุดรธานี เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบชายเสียชีวิตภายในห้องนอน ทราบชื่อคือ นายทศพล หรือโอ อายุ 38 ปี นอนหงายอยู่บนเตียงนอน สวมเพียงกางเกงบ็อกเซอร์ ที่หัวเตียงพบขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และมีคราบเลือดบนหมอน เบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง จึงแจ้ง พ.ต.ท.ธีรภาพ ภูขันซ้าย พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ก่อนส่งร่างไปชันสูตรอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลอุดรธานีอีกครั้ง

ผลการตรวจของแพทย์พบว่า ผู้เสียชีวิตถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่ขมับขวา กระสุนทะลุออกด้านหลังศีรษะ ขัดกับการแจ้งเหตุในตอนแรกที่ระบุว่าเป็นเพียงผู้ป่วยหมดสติ ทำให้ตำรวจฝ่ายสืบสวน และพนักงานสอบสวน ลงพื้นที่สอบปากคำตรวจสอบอย่างละเอียด พร้อมเก็บพยานหลักฐานภายในห้องพัก เพราะพบพิรุธหลายอย่าง

จากการตรวจสอบพบว่า อาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นปืนขนาด .38 มม. เป็นของพ่อผู้เสียชีวิต อดีตข้าราชการตำรวจที่เกษียณอายุราชการแล้ว โดยขณะตำรวจเข้าตรวจสอบ อาวุธปืนไม่ได้อยู่กับร่างผู้เสียชีวิต แต่ถูกนำไปวางไว้บนชั้นวางของบริเวณหน้าห้อง และใช้ผ้าคลุมไว้ เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง เพื่อตรวจสอบลายนิ้วมือ คราบเขม่าดินปืน และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ประกอบสำนวนคดี

นายจิรายุ แก้วทอง อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิส่งเสริมธรรมแห่งอุดรธานี เปิดเผยว่า ตอนรับแจ้งได้รับแจ้งเพียงว่ามีชายหมดสติ เมื่อเดินทางมาถึงพร้อมทีมกู้ชีพโรงพยาบาลอุดรธานี พบว่าภายในห้องมีคราบเลือดจำนวนมาก จึงสอบถามแม่ว่าเกิดอะไรขึ้น ได้รับคำตอบว่าผู้เสียชีวิตมีเลือดออกทางปาก คล้ายไอเป็นเลือด ในช่วงแรกยังไม่พบบาดแผล เนื่องจากอยู่ด้านหลังศีรษะ ต้องรอให้ตำรวจและแพทย์นิติเวชเข้าตรวจสอบ เมื่อพลิกศพจึงพบบาดแผลขนาดใหญ่บริเวณศีรษะ ทำให้สงสัยทันทีว่าไม่น่าใช่การเสียชีวิตตามธรรมชาติ จึงนำร่างส่งตรวจซ้ำที่โรงพยาบาลอุดรธานี ก่อนแพทย์จะยืนยันว่าผู้เสียชีวิตถูกอาวุธปืนยิง

ด้านนายฟิล์ม (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี รุ่นน้องของผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นผู้เข้าไปในห้อง พร้อมแม่ผู้เสียชีวิต เล่าว่า เมื่อเปิดประตูเข้าไปพบพี่โอนอนอยู่บนเตียง โดยมีอาวุธปืนวางอยู่บนหน้าอก และมือยังจับปืนไว้ ตอนนั้นคิดว่าพี่โอยังนอนหลับ จึงหยิบปืนออก เพราะเกรงว่าหากสะดุ้งตื่นขึ้นมา ปืนอาจลั่นได้ ก่อนนำไปวางไว้บนชั้นวางของบริเวณหน้าห้อง และใช้ผ้าคลุมไว้ จากนั้นจึงกลับมาปลุก แต่เมื่อเปิดไฟในห้องก็เห็นคราบเลือด และพบว่าพี่โอเสียชีวิตแล้ว จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

ส่วนนายเปา อายุ 38 ปี เพื่อนของโอ บอกว่า ก่อนเกิดเหตุหนึ่งวัน ผู้เสียชีวิตได้พูดตัดพ้อว่า “อยากตาย” ตนจึงพยายามปลอบใจ และตั้งใจว่าจะพาไปพบแพทย์ในวันนี้ แต่กลับมาพบว่าเพื่อนเสียชีวิตเสียก่อน

ขณะที่ น.ส.จิงโจ้ อายุ 25 ปี เพื่อนรุ่นน้องของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า เมื่อประมาณ 2-3 สัปดาห์ก่อน ผู้เสียชีวิตเคยยอมรับผ่านทางโทรศัพท์ว่า “อยากตาย” แต่ไม่ได้บอกสาเหตุ ตนได้แต่ปลอบใจ และชวนไปพบแพทย์ ที่ผ่านมาผู้เสียชีวิตเป็นคนนิสัยดี คอยช่วยเหลือรุ่นน้องมาตลอด แต่ในช่วงประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา กลับเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน ไม่ออกไปพบปะผู้คนเหมือนเดิม ทำให้เชื่อว่าผู้เสียชีวิตน่าจะเผชิญกับความทุกข์ใจมาระยะหนึ่งแล้ว

ด้าน นางอุไรรัตน์ อายุ 75 ปี แม่ผู้เสียชีวิต เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ก่อนเกิดเหตุ ลูกชายเคยมานั่งร้องไห้บนตัก พร้อมพูดว่า “แม่ โอขอโทษ” และโทษตัวเองว่าเคยทำให้แม่เสียใจ อีกทั้งยังบอกว่าคิดถึงคนในครอบครัว เช้าวันเกิดเหตุ เวลาประมาณ 11.00 น. ตนได้ยินเสียงดังคล้ายของล้ม จึงเดินไปที่ห้องและพยายามเปิดประตู แต่ประตูล็อกจากด้านใน กระทั่งเพื่อนของลูกชายเดินทางมาหา ทั้งสองจึงช่วยกันพังประตูเข้าไป ตอนแรกตกใจมาก เมื่อพบลูกชายนอนอยู่บนเตียง มีเลือดไหลออกทางจมูก คิดว่าเป็นเพียงเลือดกำเดา เพราะลูกชายเคยเป็นบ่อย จึงหยิบผ้ามาเช็ดคราบเลือด แต่เมื่อเพื่อนของลูกชายเข้าไปดูใกล้ ๆ ก็พบว่าเสียชีวิตแล้ว ทำให้ตนถึงกับช็อคมาก

แม่ยังระบุว่า ปกติผู้เสียชีวิตเป็นคนชอบเก็บตัวอยู่ในห้อง กินข้าวเสร็จก็กลับเข้าห้อง ไม่ค่อยออกไปไหน อีกทั้งเมื่อสัปดาห์ก่อนยังมีอาการเลือดกำเดาไหล ตนพยายามชวนไปพบแพทย์ แต่ลูกชายไม่ยอมไป โดยเชื่อว่าสาเหตุที่ลูกชายตัดสินใจจบชีวิต น่าจะมาจากปัญหาสุขภาพที่รุมเร้ามาเป็นเวลานาน เนื่องจากมีโรคประจำตัวหลายโรค และเพิ่งเข้ารับการรักษาเมื่อไม่นานนี้

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้อง และรอผลชันสูตรพลิกศพอย่างเป็นทางการ เพื่อสรุปข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ต่อไป เพราะยังพบข้อพิรุธหลายอย่าง แต่อย่างไรแล้ว ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง อาจจะเป็นการฆ่าตัวตาย ตามที่แม่และเพื่อนกล่าวอ้างหรือไม่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน