ชาวบ้านหนองขาวนับพัน รวมตัวต้านโรงแต่งแร่นายทุนจีน หวั่นซ้ำรอยบ้านคลิตี้ แม้จะอ้างว่ามีการทำประชาคมแล้ว แต่เหมือนกับมีการเตรียมการไว้ก่อนที่จะทำประชาคมอีก

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 8 ก.ค.2569 ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลหนองขาว อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี นับพันคน ได้เดินทางมารวมตัวกันที่บริเวณหอประชุมศาลา 3 หลัง ภายในวัดอินทาราม ตำบลหนองขาว อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อร่วมกันลงรายชื่อ แสดงพลังคัดค้าน การนำโรงแต่งแร่เข้ามาเปิดให้บริการในพื้นที่หมู่ 7 ตำบลหนองขาว อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี

โดยนายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรีเขต 2 ซึ่งเป็นแกนนำในการคัดค้านโรงแต่งแร่ดังกล่าว ได้พาผู้สื่อข่าวเดินทางลงไปดูพื้นที่ที่มีการก่อสร้างโรงแต่งแร่ พร้อมชี้ให้เห็นว่า โรงแต่งแร่ดังกล่าว ตั้งอยู่ใกล้กับคลองชลประทาน ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำ ที่รับน้ำมาจากเขื่อนแม่กลอง ในพื้นที่อำเภอท่าม่วง และเป็นแหล่งน้ำดิบ ในการผลิตประปาหมู่บ้านของเทศบาลตำบลหนองขาว และแหล่งน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาคอำเภอพนมทวน

นอกจากนี้ น้ำในคลองชลประทานแห่งนี้ยังหล่อเลี้ยงพื้นที่เพาะปลูกนาข้าว ในพื้นที่ตำบลหนองขาว อำเภอท่าม่วง และพื้นที่หลายตำบลของอำเภอพนมทวน ซึ่งมีเนื้อที่นารวมหลายหมื่นไร่ อีกทั้งน้ำในคลองชลประทานนี้ เรื่อยไปจนถึงพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ดังนั้น หากมีการก่อสร้างโรงแต่งแร่ในพื้นที่ต้นน้ำเช่นนี้ ชาวบ้านเกรงว่า หากเกิดการรั่วไหล ของน้ำเสียจากการแต่งแร่ ไหลลงสู่คลองชลประทาน จะส่งผลกระทบกับชาวบ้านนับแสนราย

“พี่ใช้น้ำอุปโภคบริโภคจากคลองชลประทานดังกล่าว อีกทั้ง พื้นที่ของตำบลหนองขาว ถือเป็นหมู่บ้านวัฒนธรรม และหมู่บ้านสีเขียว ที่มีความงดงามของศิลปะวัฒนธรรมรวมถึงธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ หากมีการนำเอาโรงแต่งแร่เข้ามาอยู่ในพื้นที่ เกรงว่า จะทำให้เกิดมลพิษ ทั้งเรื่องของสภาพอากาศ ที่จะเกิดฝุ่น PM 2.5 จากการนำกองแร่มากองสะสมไว้ในพื้นที่ของโรงงาน

รวมถึงเกิดมลพิษน้ำเสียจากการแต่งแร่ ร่อนแร่ ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ก็ไม่รู้ว่าหน่วยงานไหนจะเข้ามาดูแลรับผิดชอบเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นให้กับชาวบ้านได้ อาจจะซ้ำรอยเหมือนกับคดีเหมืองแร่บ้านคลิตี้ ที่มีการฟ้องร้องดำเนินคดีกันยาวนานกว่า 20 ปี แม้ศาลจะมีคำตัดสินออกมาเรียบร้อย แต่ก็ไม่มีการเยียวยาชาวบ้านที่ได้รับความเสียหาย รวมถึงฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติที่เสียหาย ให้กลับมาดีได้ดังเดิม

แม้ทางโรงงาน จะยืนยันว่ามีการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียในพื้นที่ แต่ชาวบ้านก็ไม่มั่นใจในความ ปลอดภัย และประสิทธิภาพของบ่อบำบัดน้ำเสียดังกล่าว ทางที่ดีที่สุด ชาวบ้านอยากให้ยกเลิกการก่อสร้างโรงแต่งแร่ในพื้นที่ดังกล่าว และอยากวางขอให้ทางเจ้าของสถานประกอบการเปลี่ยนมาดำเนินธุรกิจอย่างอื่นแทน

ขณะเดียวกัน นายธณภณ เที่ยงตรง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ตำบลหนองขาว ซึ่งเป็นตัวแทนชาวบ้านหนองขาว ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า แม้ที่ผ่านมา ทางโรงงานจะอ้างว่า ได้มีการจัดทำประชาคม ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 7 ตำบลหนองขาว ซึ่งเป็นพื้นที่ตั้งของโรงงานแต่งแร่เรียบร้อยแล้ว แต่ชาวบ้านตำบลหนองขาวที่เหลือ กลับรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลของการจัดทำประชาคมดังกล่าว

เนื่องจากชาวบ้าน ที่อยู่พื้นที่รอบโรงแต่งแร่ ไม่ทราบเรื่องดังกล่าวมาก่อน อีกทั้งการจัดทำประชาคมได้เริ่มจัดทำและเสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 3 ก.ค. แต่ผ่านมาเพียงไม่กี่วันกลับมีการก่อสร้างโรงงานคืบหน้าไปมาก คล้ายกับมีการจัดเตรียมก่อสร้างเอาไว้มานานแล้ว ก่อนที่การจัดทำประชาคมจะเสร็จเรียบร้อยเสียอีก

อีกทั้ง จากการสืบค้นข้อมูลของบริษัทที่เข้ามาจัดสร้างโรงแต่งแร่ในพื้นที่ พบว่าเจ้าของโรงแต่งแร่ดังกล่าวเป็นกลุ่มทุนชาวจีน ที่ใช้ชื่อของชาวไทยเป็นนอมินี ในการขออนุญาตจัดตั้งโรงแต่งแร่ ชาวบ้านตำบลหนองขาวเกรงว่า หากมีการจัดตั้งโรงแต่งแร่ในพื้นที่ต้นน้ำ เช่นนี้จะทำให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงหากเกิดการรั่วไหลของน้ำจากการแต่งแร่ลงในแหล่งต้นน้ำ ที่หล่อเลี้ยงพื้นที่การเกษตรและเป็นแหล่งน้ำหลักในการอุปโภคบริโภคของประชาชนทั้งในพื้นที่ตำบลหนองขาว อำเภอท่าม่วง ชาวบ้านในพื้นที่อำเภอพนมทวน และชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี

ซึ่งจากการรวมตัวของชาวบ้านที่จะรับผลกระทบในวันนี้ มีชาวบ้านเดินทางมารวมตัวกันจากหลายพื้นที่ และร่วมลงชื่อคัดค้านการก่อสร้างโรงแต่งแร่ดังกล่าวแล้วจำนวน 1,200 คน โดยจากนี้จะให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชนในพื้นที่ เร่งเก็บรวบรวมรายชื่อของประชาชน เพื่อยื่นคัดค้านการก่อสร้างโรงแต่งแร่ดังกล่าว ไม่ให้เข้ามาอยู่ในพื้นที่ของตำบลหนองขาว โดยจะยื่นผ่านนายอำเภอท่าม่วง เพื่อส่งต่อไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน