จับคาล้งทุเรียน รถบรรทุกจีนวิ่งนอกเส้นทาง ละเมิดกติกา GMS ปักหมุดจันทบุรี แต่ไปโผล่ชุมพร สั่งปรับตามกฎหมาย ลั่นถ้าฝ่าฝืนอีกจะแจ้งผ่านช่องทางการทูต

วันที่ 8 ก.ค. 2569 กรมการขนส่งทางบก เผยผลความคืบหน้าการลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีรถบรรทุกจีนวิ่งนอกเส้นทางขนส่งข้ามแดน ล่าสุดสำนักงานขนส่งจังหวัดชุมพรบูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หลังสวน และตำรวจทางหลวง สกัดจับรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์สัญชาติจีนโผล่ล้งทุเรียน อ.หลังสวน จ.ชุมพร พบทำผิดจริงฐานขับรถนอกเส้นทางที่ได้รับอนุญาต สารภาพขับตาม GPS แจ้งความดำเนินคดีเปรียบเทียบปรับพร้อมสั่งกลับเข้าเส้นทางทันที

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยความคืบหน้ากรณีที่มีกระแสข่าวผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ กรณีพบรถบรรทุกขนส่งสินค้าข้ามแดนของประเทศจีนเดินรถเข้ามาในพื้นที่ จ.ชุมพร ซึ่งเป็นการวิ่งนอกเส้นทางที่ได้รับอนุญาตภายใต้บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการดำเนินการตามความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS)

นายสรพงศ์ ระบุว่า ล่าสุดได้รับรายงานผลการตรวจสอบและดำเนินการจากสำนักงานขนส่งจังหวัดชุมพรแล้ว โดยเมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2569 เวลา 19.00 น. นายสมพงษ์ ผิวทอง ขนส่งจังหวัดชุมพร พร้อมด้วยผู้ตรวจการขนส่ง สนธิกำลังร่วมกับ สภ.หลังสวน

นำโดย พ.ต.อ.อภิชาติ ดอกไม้ทอง ผกก.สภ.หลังสวน, พ.ต.ต.อภิเชษฐ์ คีรีเพ็ชร สารวัตรอำนวยการ สภ.นาสัก และ ด.ต.สมหวัง ส่องแสง จากตำรวจทางหลวง ลงพื้นที่ตรวจสอบ ณ ล้งทุเรียนหน้าตลาดเลิศพร หมู่ 4 ต.วังตะกอ อ.หลังสวน จ.ชุมพร

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์สัญชาติจีน ยี่ห้อ Scania พร้อมด้วยตู้คอนเทนเนอร์ประเภทตู้เย็น กำลังจอดรอรับผลทุเรียนอยู่หน้าล้ง โดยมีผู้ขับรถสัญชาติจีน แสดงตนเป็นผู้ขับรถ

เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารหนังสือเดินทางและเอกสารการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ พบว่ารถคันดังกล่าวเดินทางเข้ามาทางด่านศุลกากรเชียงของ จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2569

โดยระบุจุดหมายปลายทางไว้ที่ จ.จันทบุรี แต่กลับพบรถคันดังกล่าวมาปรากฏอยู่ที่ อ.หลังสวน จ.ชุมพร ซึ่งถือเป็นการเดินรถออกนอกเส้นทางที่ได้รับอนุญาต ผู้ขับรถได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยระบุว่าได้ขับรถมาตามพิกัด GPS ที่ทางชิปปิ้งเป็นผู้แจ้งมา

เจ้าพนักงานจึงพิจารณาว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดฐาน “ขับรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ออกนอกเส้นทางโดยไม่ได้รับอนุญาต” จึงแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิให้ผู้ขับรถทราบ พร้อมทั้งจัดทำบันทึกจับกุม ดำเนินการเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย และได้แจ้งกำชับให้ผู้ขับรถทำการเดินรถได้เฉพาะในเส้นทางที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น

นายสรพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า รถบรรทุกคันดังกล่าวเป็นรถที่ได้รับอนุญาตให้ทำการขนส่งสินค้าตามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความตกลง GMS สมาชิก 6 ประเทศ (กัมพูชา, สปป.ลาว, จีน, เมียนมา, ไทย และเวียดนาม)

ซึ่งกำหนดให้รถที่ได้รับอนุญาตเดินรถได้เฉพาะใน 9 เส้นทางหลักที่กำหนดไว้เท่านั้น การลักลอบเดินรถลงมาถึงภาคใต้หรือจังหวัดชุมพรจึงเป็นการละเมิดข้อตกลงที่ได้ทำร่วมกันไว้

โดยรถขนส่งจากต่างประเทศสามารถทำการเดินรถเข้ามาในประเทศไทยได้ผ่าน 6 ด่านพรมแดน ประกอบด้วย ด่านเชียงของ ด่านหนองคาย ด่านมุกดาหาร ด่านอรัญประเทศ ด่านหนองเอี่ยน และด่านหาดเล็ก โดยมีเส้นทางเดินรถที่ได้รับอนุญาต จำนวน 9 เส้นทาง

ดังนี้ 1.เชียงของ – เชียงราย – ตาก – นครสวรรค์ – อยุธยา – กรุงเทพฯ 2.หนองคาย – อุดรธานี – ขอนแก่น – กรุงเทพฯ 3.กรุงเทพฯ – กบินทร์บุรี – สระแก้ว – อรัญประเทศ หรือ กรุงเทพฯ – แหลมฉบัง – พนมสารคาม – กบินทร์บุรี – สระแก้ว – อรัญประเทศ/หนองเอี่ยน

4.กรุงเทพฯ – แหลมฉบัง – จันทบุรี – ตราด – หาดเล็ก 5.แม่สาย – เชียงราย – ตาก – นครสวรรค์ – อยุธยา – กรุงเทพฯ 6.แม่สอด – ตาก – พิษณุโลก – ขอนแก่น – กาฬสินธุ์ – มุกดาหาร 7.พุน้ำร้อน – บ้านเก่า – กาญจนบุรี – นครปฐม – กรุงเทพฯ 8.กรุงเทพฯ – ขอนแก่น – อุดรธานี – นครพนม 9.ช่องเม็ก – อุบลราชธานี – ศรีสะเกษ – บุรีรัมย์ – นครราชสีมา – กบินทร์บุรี – แหลมฉบัง หรือ กรุงเทพฯ

นายสรพงศ์ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน รถขนส่งที่ได้รับการคัดเลือกของไทยก็สามารถทำการเดินรถไปยังประเทศสมาชิกได้เช่นเดียวกัน ปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกได้ดำเนินการคัดเลือกผู้ประกอบการขนส่งระหว่างประเทศของไทยเรียบร้อยแล้ว โดยมีผู้ประกอบการที่ได้รับคัดเลือกจำนวน 6 บริษัท รวมทั้งสิ้น 184 คัน แบ่งเป็น รถขนส่งสินค้า 180 คัน และรถโดยสารแบบไม่ประจำทาง 4 คัน

กรมการขนส่งทางบกขอย้ำเตือนไปยังผู้ประกอบการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุกระหว่างประเทศและชิปปิ้งทุกราย ว่าจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายและเส้นทางที่ได้รับอนุญาตอย่างเคร่งครัด หลังจากนี้ได้สั่งการให้ขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดที่เป็นแนวระเบียงเศรษฐกิจและพื้นที่ขนส่งสินค้าเกษตร เพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบและประสานงานกับตำรวจทางหลวงและตำรวจในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

“หากตรวจพบการฝ่าฝืนนอกเส้นทางอีก จะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งจะได้มีการดำเนินการแจ้งเตือนผ่านช่องทางทางการทูตต่อไป เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้ประกอบการไทย และรักษาความปลอดภัยทางถนนของประเทศ” นายสรพงศ์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน