แม่เดือดแจ้งความ ลูกชั้น ป.6 ถูกครูตีจนไหลช้ำ กลับบอกไม่คิดว่าเด็กจะผิวบางขนาดนี้ ลั่นฟังไม่ขึ้น ยันดำเนินคดีถึงที่สุด
วันที่ 8 ก.ค.69 นางสุรีย์ญา อายุ 40 ปี เดินทางเข้าพบ ร.ต.ต.ณัฐพงศ์ เทียนงาม รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองสมุทรปราการ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีหลังน้องบอส ลูกชาย นักเรียนชั้น ป.6 ครูในโรงเรียนตีอย่างรุนแรง จนเป็นรอยนูนแดงและฟกช้ำ และทำให้มีไข้ โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
หลังเกิดเหตุได้พาลูกไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล แพทย์ได้วินิจฉัยและออกใบรับรองแพทย์ยืนยันว่า พบแผลฟกช้ำบริเวณข้อศอกและไหล่ซ้าย ซึ่งสิ่งที่ต้องการขอความเป็นธรรมคือ 1.ขอความชัดเจนจากครูและโรงเรียนต้องการให้ครูคู่กรณีออกมาชี้แจงว่าทำไมถึงต้องใช้ความรุนแรงกับเด็กขนาดนี้ เนื่องจากทางครูได้ส่งแชตอ้างกับผู้ปกครองว่า เป็นการตีเบาๆ เพื่อสั่งสอน ไม่คิดว่าผิวเด็กจะบางจนเป็นรอยช้ำ เป็นคำแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้น
2.มาตรการเยียวยา ต้องการจี้ถามมาตรการจากทางโรงเรียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าจะเยียวยาสภาพร่างกายและจิตใจของเด็กอย่างจริงจังอย่างไรจากเหตุการณ์ความรุนแรงในครั้งนี้ และจะมีแนวทางปฏิบัติอย่างไรให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ปลอดภัย ส่วนการเข้าแจ้งความในวันนี้ ต้องการดำเนินคดีกับครูในข้อหาทำร้ายร่างกาย และความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ให้ถึงที่สุด
นางสุรีย์ญา กล่าวว่า วันเกิดเหตุทีวีที่ห้องเรียนชั้นของลูกชายเสีย ครูจึงให้ย้ายขึ้นไปเรียนที่ห้องเรียนชั้นบน ระหว่างนั้นมีเพื่อนๆ ขึ้นไปกันแล้ว ส่วนลูกชายลงมาเอาของที่ชั้น 2 เพื่อที่จะนำขึ้นไปเรียน ขณะที่กำลังหาของอยู่ จู่ๆ ครูคนดังกล่าวก็เดินลงมาแล้วพูดจาด้วยถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม พร้อมต่อว่าลูกชายว่าลงมานาน จากนั้นก็ลงมือฟาดทันทีโดยไม่มีสาเหตุ ซึ่งตอนนั้นลูกชายตกใจมาก และก็ยังมีเพื่อนนักเรียนโดนครูคนนี้ตีด้วย
ตนจึงพยายามติดต่อในไลน์กลุ่มของโรงเรียน เพื่อขอเบอร์โทรศัพท์ของครูคนนี้จะพูดคุยด้วย แต่ในไลน์ไม่มีเบอร์ ต่อมาคุณครูประจำชั้นได้ช่วยประสานงานและส่งแชทไลน์ให้ข้อมูล ตนจึงได้สรุปกลับไปว่า ไม่ต้องมาอ้างว่าครูเครียดสะสมแล้วมาลงที่เด็ก เพราะมันฟังไม่ขึ้น และยังมาอ้างอีกว่าลูกของตนอาจจะผิวบอบบาง พอโดนตีเลยเขียวช้ำเอง ซึ่งเป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น หากจะลงโทษก็ต้องว่ากล่าวตักเตือนก่อน ไม่ใช่มาทำร้ายร่างกาย
ขณะนี้ลูกชายมีอาการป่วยไข้และไม่สบาย ส่วนทางโรงเรียนและผู้อำนวยการยังไม่ได้ติดต่อมา มีเพียงครูประจำชั้นที่ช่วยประสานงานให้เท่านั้น หลังจากนี้ตนจะขอเชิญโรงเรียนและครูมาพูดคุยชี้แจงมาตรการต่างๆ ที่สถานีตำรวจ ส่วนระเบียบหรือโทษทางวินัยของครูก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของโรงเรียนดำเนินการต่อไป