นราธิวาส ศาล พิพากษา จำคุก 2 จำเลย คดีความมั่นคง ผิดฐานอั้งยี่ เหตุปะทะ พื้นที่อำเภอรือเสาะ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยัน ปฏิบัติงานทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมาย คำนึงหลักสิทธิมนุษยชน

ศาลจังหวัด นราธิวาส อ่านคำพิพากษา ในคดีหมายเลขดำที่ อ.135/2569 โดยมีนายมูซากิร (สงวนนามสกุล) เป็นจำเลยที่ 1 และนายอุสมาน (สงวนนามสกุล) เป็นจำเลยที่ 2 คดีดังกล่าวเป็นความผิดฐานอั้งยี่ ร่วมกันสะสมกำลังพลหรืออาวุธ และร่วมกันมีอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง

สืบเนื่องจากเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย และเกิดการปะทะกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ในพื้นที่ป่าภูเขาสาวอฮีเล อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2565 ซึ่งเป็นเหตุให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 2 ราย

ศาลชั้นต้นพิพากษา ลงโทษจำคุก นายมูซากิร (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 14 ปี และนายอุสมาน (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 2 เป็นเวลา 15 ปี โดยพยานหลักฐานสำคัญประกอบด้วยผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งตรวจพบสารพันธุกรรม (DNA) ของจำเลยทั้งสองในของใช้ส่วนตัวหลายรายการที่ตรวจยึดได้จากฐานที่เกิดเหตุ

เนื่องจากจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ อันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี ศาลจึงมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง คงเหลือโทษจำคุกนายมูซากิร (สงวนนามสกุล) เป็นเวลา 7 ปี 6 เดือน และนายอุสมาน (สงวนนามสกุล) เป็นเวลา 7 ปี 12 เดือน ทั้งนี้ ศาลมีคำสั่งให้ขังจำเลยทั้งสองไว้ระหว่างอุทธรณ์

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันว่า การปฏิบัติงานทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมาย คำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน และดำเนินการกับผู้กระทำผิดตามพยานหลักฐาน เพื่อสร้างความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเบาะแสหรือข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการรักษาความปลอดภัย สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ หรือสายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า โทร. 1341 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน