บุรีรัมย์ สปสช. เก็บตัวอย่าง DNA อำนวยความสะดวก ผู้ประสบปัญหาสถานะทางทะเบียน เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สถานะบุคคล ใช้สิทธิ์สวัสดิการของรัฐ ได้ครบถ้วน ยายวัย73 เคยมีบัตรเหลืองตอนอายุ 17 ซ้ำเอกสารไฟไหม้ เดินเรื่องพิสูจน์ หวังได้บัตร ปชช. ได้รับสิทธิ์ต่างๆ ก่อนตาย
9 ก.ค.69 – ที่ห้องประชุมชั้น 9 อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ โรงพยาบาลบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ นายศรีธรรม ราชแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานเปิดหน่วยเก็บสิ่งส่งตรวจสารพันธุกรรม (DNA) โรงพยาบาลบุรีรัมย์ เป็นแห่งที่ 4 ของภาคอีสาน และการขับเคลื่อนการเพิ่มการเข้าถึงบริการกลุ่มคนไทยที่มีปัญหาสถานะทางทะเบียน จังหวัดบุรีรัมย์

โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 9 นครราชสีมา ร่วมกับ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลบุรีรัมย์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ นายทะเบียนอำเภอทุกอำเภอ ตลอดจนทุกหน่วยงานและภาคีเครือข่าย
เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สถานะบุคคล ได้รับสิทธิหลักประกันสุขภาพ รวมถึงสิทธิ์สวัสดิการอื่นของรัฐได้อย่างทั่วถึง ครบถ้วน
นายศรีธรรม กล่าวว่า จังหวัดบุรีรัมย์ให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนทุกคนโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง การดำเนินงานครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญของจังหวัดบุรีรัมย์ในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคสาธารณสุข ภาคการปกครอง และภาคประชาชน
เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม สถานะบุคคลและการมีเลขประจำตัวประชาชนที่ถูกต้อง ไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องของสถานะทางทะเบียนเท่านั้น แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐพึงจัดให้ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิด้านสาธารณสุข การศึกษา สวัสดิการของรัฐ และโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างเท่าเทียม
ประชาชนในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์และใกล้เคียงสามารถเข้ารับบริการได้สะดวกยิ่งขึ้น ไม่ต้องเดินทางไปต่างจังหวัด ช่วยลดอุปสรรคในการเข้าถึงกระบวนการพิสูจน์สถานะ และส่งผลให้ประชาชนได้รับสิทธิตามกฎหมายอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกันยังช่วยให้หน่วยบริการสามารถดำเนินการเบิกค่าบริการสาธารณสุขได้อย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทั้งประชาชนและระบบบริการสุขภาพของประเทศ
ด้าน นางม้วย มั่นแป้น อายุ 73 ปี หนึ่งในผู้ประสบปัญหาสถานะทางทะเบียน บอกว่า เคยถ่ายบัตรครั้งแรกตอนอายุ 17 ปีแต่ตอนนั้นเป็นแค่บัตรเหลือง จากนั้นก็ต้องเร่ร่อนไปทำงานรับจ้างเพื่อหาเลี้ยงชีพ ซ้ำเอกสารถูกไฟไหม้ทำให้ไม่มีหลักฐานยืนยันสถานะได้ ต้องกลายเป็นคนไร้สถานะ ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิ์การรักษาพยาบาล และสวัสดิการต่างๆ ของรัฐได้
ที่ผ่านมาเคยเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สถานะบุคคลแต่ผ่านไปหลายสิบปี ก็ยังไม่ผ่าน ครั้งนี้ก็คาดหวังว่า ะได้สถานะบุคคลถูกต้อง และได้รับสิทธิ์เหมือนคนไทยทั่วไป ในช่วงสุดท้ายของชีวิต
