ตำรวจภาค 1 ทลายเหมืองบิตคอยน์ ในอาคารร้าง ย่านคลองหลวง แอบลักลอบดัดแปลงมิเตอร์ขุดเหรียญดิจิทัล ชี้ทำลายเศรษฐกิจ รัฐเสียหายหลายล้านบาท

วันที่ 9 ก.ค.2569 พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1 สั่งการ พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล พ.ต.อ.พีรศักดิ์ รอดบน พ.ต.อ.วิศิษฏ์ มะอักษร พ.ต.อ.วิทิต จันทร์เอี่ยม รอง ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.พงศ์จักร ปรีชาการุณพงศ์ รอง ผบก.กค.ฯ ปรก. รอง ผบก.สส.ภ.1 นำหมายค้นศาลจังหวัดธัญบุรีที่ 349/2569 ลงวันที่ 8 กรกฎาคม 2569

เข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ในพื้นที่ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หลังได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า ว่าพบความผิดปกติในการใช้กระแสไฟฟ้า ทั้งที่อาคารพาณิชย์ 3 ชั้นแห่งนี้ มีสภาพร้าง ไม่มีผู้อยู่อาศัย

เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ พบว่าบริเวณชั้น 3 พบมีการติดตั้งเครื่องขุดบิตคอยน์ รวม 10 เครื่อง โดยมีการอำพรางเสียงจากพัดลมระบายความร้อนของเครื่องขุด ด้วยการบุผนังเก็บเสียง ซ่อนสายไฟอย่างแนบเนียน มีเสียงคล้ายกับเสียงพัดลมระบายอากาศทำงานอยู่ตลอดเวลา

เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าฯ ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีการลักลอบดัดแปลงวงจรไฟฟ้าเพื่อหลีกเลี่ยงค่าไฟฟ้าโดยไม่ผ่านมิเตอร์ไฟฟ้า และมีการใช้ไฟฟ้าต่อเนื่องแบบผิดปกติเพื่อขุดเหมืองเงินดิจิทัล สร้างความเสียหายแก่รัฐมูลค่าหลายล้านบาท โดยมีของกลาง เครื่องขุดบิตคอยน์รวม 10 เครื่อง อุปกรณ์เครือข่ายกล่องรับสัญญาณอินเทอร์เน็ต ตู้เมนสวิตช์ไฟฟ้า และอุปกรณ์ ทั้งเบรกเกอร์ มิเตอร์ไฟฟ้า 3 เฟส และสายไฟ

เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึด ของกลางทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมสืบสวนขยายผลจับกุมผู้เกี่ยวข้องมาลงโทษต่อไป

พล.ต.ท.วัฒนา เปิดเผยว่า การดัดแปลงมิเตอร์หรือแอบต่อไฟตรงเพื่อนำมาใช้ขุดเหมืองดิจิทัล ถือเป็นความผิดฐาน “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” มีโทษจำคุกสูงสุดถึง 5 ปี และต้องชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งย้อนหลังให้แก่การไฟฟ้าฯ อีกเป็นจำนวนมหาศาล นอกจากนี้การดัดแปลงระบบไฟฟ้าโดยไม่มีวิศวกรควบคุม และมีการใช้กระแสไฟฟ้าเกินขนาดอย่างต่อเนื่องในตึกร้าง มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดอุบัติเหตุ ไฟฟ้าลัดวงจรและเพลิงไหม้ ซึ่งจะสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของท่านประชาชนในละแวกใกล้เคียง

ด้านพล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ในฐานะรองโฆษกตำรวจภูธรภาค 1 กล่าวว่า หากผู้ใดพบการกระทำผิดหรือต้องการแจ้งเบาะแสความกระทำความผิดในเรื่องดังกล่าวหรือเรื่องอื่นๆในเขตพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 สามารถแจ้งเบาะแสและเข้าจับกุมได้ที่หมายเลขสายด่วน 191 ทุกพื้นที่สถานีตำรวจได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน