อธิบดีกรมทะเลฯ ย้ำสร้างสะพานข้าม ทะเลสาบสงขลา ต้องควบคู่ มาตรการอนุรักษ์ ห่วง โลมาอิรวดี 14 ตัวสุดท้าย อยู่ภาวะวิกฤต ระดับใกล้สูญพันธุ์มาก ต้องมีแผนอนุรักษ์เกิดผลอย่างยั่งยืน
10 ก.ค. 69 – นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวถึงโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาและโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา-อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง โดย รัฐบาล มีมติครม. 18 ก.พ. 2568 สำหรับแผ่นอนุรักษ์โลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลาในระยะ 5 ปีแรก วงเงิน 402.818 ล้านบาท ว่า

โครงการดังกล่าวได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่ต้องดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นพิเศษ จึงต้องมีแผนทำโครงการอนุรักษ์พันธุ์โลมาอิรวดีควบคู่ไปด้วย
“เพราะปัจจุบันทั่วโลกมีโลมาอิรวดีสายพันธุ์นี้เหลือเพียง 5 ประเทศ ส่วนประเทศไทยเหลืออยู่เพียง 14 ตัวเท่านั้น ปัจจุบันถูกจัดสถานภาพบัญชีแดง ขององค์การระหว่างประเทศ เพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) อยู่ในระดับใกล้สูญพันธุ์อย่างมาก
เพราะประชากรเหลือน้อยและอยู่ในภาวะวิกฤต และเป็นโลมากลุ่มสุดท้ายของทะเลสาบสงขลา ซึ่งมีความสำคัญต่อการอนุรักษ์ จึงจำเป็นต้องได้รับการคุ้มครองและฟื้นฟูถิ่นอาศัย ควบคู่กับการลดภัยคุกคามในทุกมิติ” นายปิ่นสักก์ กล่าวและว่า
นอกจากนี้ การตายของโลมาอิรวดีตั้งแต่ปี 2549 – 2569 มีจำนวนมากถึง 69 ตัว สาเหตุมาจากการติดเครื่องมือประมง โดยเฉพาะอวน แต่หลังจากดำเนินมาตรการขอคืนอวนปลาบึก และร่วมกับทุกภาคส่วนลดเครื่องมือประมงที่เป็นอันตราย ส่งผลให้อัตราการตายจากเครื่องมือประมงลดลงต่อเนื่อง
โดยปีนี้ ยังไม่มีรายงานการตายของโลมาอิรวดี แต่ยังต้องเฝ้าระวังและลดความเสี่ยงจากเครื่องมือประมง ที่ยังหลงเหลืออยู่ในพื้นที่ ขณะที่การตายของลูกโลมาอย่างน่ากังวล เพราะมีอัตราการตายสูงถึงกว่าร้อยละ 40
สะท้อนให้เห็นว่า ประชากรมีศักยภาพในการเพิ่มจำนวนต่ำ เกิดจากหลายปัจจัยทั้งขนาดประชากรที่มีน้อย ความหลากหลายทางพันธุกรรมที่ลดลง พฤติกรรมตามธรรมชาติ และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมบริเวณทะเลสาบสงขลา
นายปิ่กสักก์ ย้ำว่า ดังนั้นโครงการดังกล่าว จำเป็นต้องพัฒนาที่มุ่งให้เกิดความสมดุลระหว่างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยรัฐบาลกำหนดให้ทำแผนอนุรักษ์ควบคู่กับการพัฒนาโครงการ เพื่อป้องกัน ลด และติดตามผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับโลมาอิรวดีและระบบนิเวศทะเลสาบสงขลา
ดังนั้น การก่อสร้างโครงการต้องทำควบคู่กับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งแผนอนุรักษ์โลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลา จะเป็นแผนอนุรักษ์ทั้งระบบนิเวศ ครอบคลุมการฟื้นฟูถิ่นอาศัย ระบบนิเวศ แหล่งอาหาร การมีส่วนร่วมของชุมชน และการพัฒนาองค์ความรู้ เพื่อให้การอนุรักษ์เกิดผลอย่างยั่งยืน
