ระทึกทั้งบ้าน หมาคาบระเบิด มาแทะเล่น นึกว่ากระดูก เจ้าของเห็นสลักแทบช็อก หวิดบึ้มยกครอบครัว เรียกเจ้าหน้าที่ทำลาย เผยชนิดระเบิดพร้อมใช้งาน
วันที่ 11 ก.ค.2569 นายชัยวัฒน์ ธรรมวัตร นายอำเภอโนนคูณ เปิดเผยว่า เหตุเกิดเมื่อเวลา 14.00 น.ของวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจาก นายอุทัย รองสุพรรณ ผู้ใหญ่บ้านผักขะย่าน้อย ม.9 ต.บก อ.โนนคูณ จ.ศรีสะเกษ ว่า มีชาวบ้านพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิด อยู่ภายในบริเวณบ้านหลังหนึ่ง
จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบโดยเร่งด่วน เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นวัตถุระเบิดจริง และอาจเป็นอันตรายต่อประชาชนในพื้นที่

ระทึกทั้งบ้าน หมาคาบระเบิด มาแทะเล่น นึกว่ากระดูก เจ้าของเห็นสลักแทบช็อก หวิดบึ้มยกครอบครัว เรียกเจ้าหน้าที่ทำลาย เผยชนิดระเบิดพร้อมใช้งาน
เมื่อไปถึงพบชาวบ้านจำนวนหนึ่งยืนมุงดูอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุด้วยความหวาดหวั่น โดยเจ้าของบ้านได้นำวัตถุต้องสงสัยไปวางไว้บริเวณพื้นที่โล่งนอกตัวบ้าน เพื่อป้องกันอันตรายหากเกิดการระเบิดขึ้นโดยไม่คาดคิด เจ้าหน้าที่จึงกันพื้นที่ห้ามผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าใกล้ พร้อมตรวจสอบอย่างละเอียด
นายรุ่งนภา (ขอสงวนนามสกุล) เจ้าของบ้าน กล่าวว่า ช่วงเช้าตนเดินทางไปพบแพทย์ เมื่อกลับมาถึงบ้านในช่วงบ่าย ได้นั่งพักอยู่บริเวณชานบ้าน ก่อนเหลือบไปเห็นวัตถุกลม ๆ สีดำคล้ำ มีคราบสนิมเกาะอยู่ จึงเข้าใจในตอนแรกว่าอาจเป็นเศษเหล็กหรือของเก่าที่หล่นอยู่ จึงหยิบขึ้นมาดู
แต่เมื่อพลิกไปมากลับเห็นสลักระเบิดติดอยู่กับตัววัตถุ ทำให้รู้ทันทีว่าอาจเป็นระเบิดมือ จึงรีบวางลงด้วยความตกใจ ก่อนค่อย ๆ นำไปไว้ในที่โล่งห่างจากตัวบ้าน แล้วรีบสอบถามคุณยายที่อยู่บ้านเพียงลำพัง
คุณยาย เล่าว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าสุนัขที่เลี้ยงไว้ได้คาบวัตถุดังกล่าวมาจากที่ใดไม่ทราบ ก่อนนำมาแทะเล่นอยู่บริเวณหน้าบ้านพักใหญ่ โดยคนในบ้านคิดว่าเป็นเพียงกระดูกหรือเศษพลาสติกเก่า จึงไม่มีใครสนใจหรือเข้าไปห้าม
กระทั่งเจ้าของบ้านกลับมาเห็นและสังเกตพบสลักระเบิด จึงรู้ว่าหวิดเกิดเหตุร้ายอย่างไม่น่าเชื่อ “ถ้าสุนัขกัดโดนสลักหรือทำหล่นกระแทกแรง ๆ ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น คิดแล้วก็ยังขนลุก เพราะตอนเช้าทั้งคนทั้งหมาอยู่ใกล้ระเบิดลูกนี้ตลอด” เจ้าของบ้านกล่าว
หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบเบื้องต้น ก่อนประสานชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดเข้าพื้นที่ โดยใช้มาตรการความปลอดภัยสูงสุด เนื่องจากยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าวัตถุดังกล่าวอยู่ในสภาพใช้งานหรือไม่
ซึ่งผลการตรวจสอบยืนยันว่า วัตถุดังกล่าวเป็น ระเบิดมือ TYPE 82-2 ซึ่งเป็นระเบิดสังหารแบบสะเก็ดแตกกระจาย ผลิตในประเทศจีน แม้สภาพภายนอกจะเก่ามีสนิมเกาะ แต่กลไกสำคัญยังอยู่ครบและยังสามารถทำงานได้
หากมีการดึงสลักหรือได้รับแรงกระแทกในลักษณะที่เหมาะสมก็อาจทำให้เกิดการระเบิด ส่งผลให้สะเก็ดระเบิดกระจายเป็นวงกว้าง สร้างความเสียหายรุนแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่อยู่ใกล้เคียง
เจ้าหน้าที่ระบุว่า ระเบิดลักษณะดังกล่าวสามารถพบได้ในพื้นที่ตามแนวชายแดน และอาจถูกทิ้งไว้เป็นเวลานานจนขึ้นสนิม แต่ไม่ได้หมายความว่าจะหมดสภาพการใช้งาน ตรงกันข้าม วัตถุระเบิดเก่าหลายชนิดกลับมีความเสี่ยงสูง เพราะไม่สามารถคาดเดาสภาพกลไกภายในได้
ภายหลังตรวจสอบแล้ว เจ้าหน้าที่ได้ขออนุมัติดำเนินการทำลายตามระเบียบ โดยเคลื่อนย้ายระเบิดอย่างระมัดระวังไปยังพื้นที่ทุ่งนาซึ่งอยู่ห่างจากชุมชน ก่อนทำการวางมาตรการรักษาความปลอดภัยและจุดทำลายด้วยวิธีมาตรฐาน
หลังการทำลายพบว่า แรงระเบิดทำให้พื้นดินเกิดหลุมลึกประมาณ 30 เซนติเมตร กว้างราว 60 เซนติเมตร แสดงให้เห็นว่าระเบิดยังมีอานุภาพทำลายล้างอยู่ หากเกิดระเบิดขึ้นตั้งแต่ขณะสุนัขคาบมาเล่นภายในบ้าน หรือมีเด็กและผู้สูงอายุเข้าไปจับเล่น อาจนำไปสู่โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ได้
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ที่เคยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดน หรือพื้นที่ที่อาจพบวัตถุต้องสงสัย หากพบวัตถุคล้ายระเบิด กระสุน หรือวัตถุทางทหาร ไม่ควรจับ เคลื่อนย้าย หรือทดลองตรวจสอบด้วยตนเอง
แต่ให้รีบแจ้งผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ตำรวจ หรือฝ่ายปกครอง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเข้าดำเนินการ เนื่องจากวัตถุระเบิดแม้จะขึ้นสนิมหรือฝังดินมานาน ก็ยังสามารถทำงานได้ตลอดเวลา
เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต นับเป็นความโชคดีอย่างยิ่งของครอบครัวและชาวบ้านในพื้นที่ เพราะหากเจ้าตูบแทะถูกกลไกระเบิด หรือมีผู้หยิบจับอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ผลที่ตามมาอาจร้ายแรงเกินกว่าจะประเมินได้ สร้างความโล่งใจให้กับชาวบ้านทั้งหมู่บ้าน หลังเจ้าหน้าที่สามารถเก็บกู้และทำลายระเบิดได้อย่างปลอดภัย
พร้อมย้ำให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง หากพบวัตถุต้องสงสัยอย่าเข้าใกล้หรือสัมผัสเด็ดขาด แต่ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อป้องกันการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด



