น้ำดำเน่าทะลักคลองหนองแสง ปลาตายเกลื่อน 5 หมู่บ้าน ช็อคค่า DO หรือค่าออกซิเจนละลายในน้ำเป็นศูนย์ โรงงานชุ่ยย่องลักลอบเทสารเคมีพิษทางเปลี่ยว

คืบหน้า วิกฤตน้ำเน่าคลองหนองแสง (ชวดโพธิ์) พ่นพิษลาม 5 หมู่บ้าน จ.ปราจีนบุรี ปลาขาดใจตายลอยอืดเกลื่อนระนาว ผลตรวจแล็บช็อก ออกซิเจนกลายเป็น “ศูนย์” สิ่งมีชีวิตตายเรียบ! ผู้ว่าฯ สั่งระดมพล บุกสแกน มุ่งเป้าปมเกษตรกรเทกากส่าเหล้าล้นทะลัก หรือกลุ่มทุนใช้รถบรรทุกดอดลักลอบเทขยะพิษสารเคมีทางเปลี่ยว

เมื่อวันที่ 13 ก.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี เกาะติดความคืบหน้าวิกฤตสิ่งแวดล้อมรุนแรง ในลำคลองหนองแสง (ชวดโพธิ์) ครอบคลุมพื้นที่หมู่ที่ 3, 4, 5, 6 และ 7 ของตำบลโคกไทย อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี หลังได้รับเสียงร้องทุกข์จากชาวบ้าน น้ำในคลองแปรสภาพเป็นสีดำ ส่งกลิ่นเหม็นเน่า สารเคมีฉุนกึกแสบจมูกรุนแรง แถมสัตว์น้ำและปลาธรรมชาติน้อยใหญ่นับแสนตัวต่างพากันลอย ขาดใจตายเต็มตลิ่ง

ล่าสุด นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าฯปราจีนบุรี และ นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าฯ ได้สั่งการให้ นายอำเภอศรีมโหสถ นำทีมบูรณาการกำลังทุกฝ่าย ทั้งองค์การบริหารส่วนตำบลโคกไทย (อบต.), มณฑลทหารบกที่ 12 (มทบ.12), ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 3 ปราจีนบุรี, อบต.โคกไทยน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ ร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาทำความสะอาดครั้งใหญ่

ลุยช้อนซากปลาเน่ามหาศาลขึ้นจากลำคลองหมู่ที่ 6 ต.โคกไทย นำไปฝังกลบตามหลักสุขาภิบาลทันทีเพื่อไม่ให้เชื้อโรคแพร่กระจาย พร้อมระดมเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ ปั๊มสูบน้ำเสียออกจากลำคลองแยกไปกักไว้ในพื้นที่ดินของเอกชนข้างเคียงที่ให้ความยินยอม เพื่อรอการบำบัดทางวิทยาศาสตร์ ไม่ให้ไหลไปย่ำยีสลบไสลถึงพื้นที่ปลายน้ำ

นอกจากนี้ นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี ได้จับมือกับ นายอำนาจ วิลาวัลย์ สส.ปราจีนบุรี เขต 1 แท็กทีมเจ้าหน้าที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 (สระบุรี) และกรมควบคุมมลพิษ บุกเจาะเก็บตัวอย่างน้ำเสีย เข้าห้องแล็บวิทยาศาสตร์ ตรวจหาสารเคมี และโลหะหนักอย่างละเอียด โดยเบื้องต้น คณะตรวจสอบได้ตั้งแท่นสอบสวนพุ่งเป้าไปที่ 2 ปม คือ

ปมน้ำกากส่าเหล้าล้นทะลัก มีสายข่าวรายงานว่า มีเกษตรกรแอบขน “กากสารเหล้า” หรือกากน้ำตาลมาเททิ้งในพื้นที่การเกษตร เพื่อหวังปรับปรุงดินตามความเชื่อ ขนมามากล้นทะลักถึง 30-40 คันรถปิกอัพ พอพื้นที่ดูดกลืนไม่ไหว เจอน้ำฝนเทกระหน่ำ ชะล้างสารอินทรีย์เข้มข้น เหล่านี้ไหลบ่าทะลักลงคลองจนเน่าหมักหมม

และ ปมโรงงานชุ่ย แม้ตรวจสอบพิกัดทางกายภาพ รอบลำคลองหนองแสง และคลองชวดโพธิ์ จะไม่มีโรงงานตั้งอยู่เลยแม้แต่แห่งเดียว แต่สภาพน้ำสีดำและกลิ่นสารเคมีรุนแรงเกินธรรมชาติ ทำให้เจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีกลุ่มทุนใช้รถบรรทุก ดอดแอบขนของเสียเคมีอันตราย จากนอกพื้นที่มาลักลอบเททิ้งผสมลงในคลอง เนื่องจากเป็นเส้นทางเปลี่ยว ลับตาคน และไม่มีกล้องวงจรปิด

ซึ่ง สส.อำนาจ ได้สั่งการเน้นย้ำกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อบต. จัดทีมเวรยามตาตั้งขับรถลาดตระเวนและดักซุ่มเข้มตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสกัดรถขนของเสียอุตสาหกรรมมักง่ายไม่ให้แอบย่องมาเททิ้งซ้ำสองได้อีก

เบื้องต้น นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี ออกมาสั่งการเด็ดขาดว่า จังหวัดจะไม่นิ่งนอนใจและจะเร่งลุยสางปัญหานี้ที่ต้นเหตุให้เด็ดขาด เพื่อไม่ให้วิถีชีวิตของชาวบ้านพังพินาศซ้ำรอยจังหวัดแถบภาคตะวันออกอื่นๆ หากผลตรวจแล็บทางวิทยาศาสตร์ชี้ชัดว่าสารพิษมาจากน้ำมือใครหรือโรงงานไหน จะดึงคอตัวการมาดำเนินคดี ตามกฎหมายโรงงานและกฎหมายสิ่งแวดล้อม ลงโทษขั้นสูงสุดทั้งจำคุก และปรับให้เข็ดหลาบ ไม่มีการละเว้นเด็ดขาด

พร้อมวอนขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา ร่วมกับฝ่ายปกครองในการดักซุ่มลาดตระเวน เพื่อสกัดกั้นขบวนการขนขยะพิษ และร่วมกันปกป้องผืนดินมรดกโลกแห่งอารยธรรมทวารวดีนี้ไว้ให้ลูกหลานสืบไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน