ร้านคาราโอเกะเชียงใหม่ ยอมจ่ายเงินคืนครบทุกบาท นักท่องเที่ยวอังกฤษ หลังโดนไป 1.5 แสน ผู้ประกอบการยัน คิดค่าบริการตามการใช้จริง

นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ มาพร้อมทนาย ร้องถูกเรียกเก็บค่าคาราโอเกะเกือบ 1.5 แสนบาท ตำรวจเชิญคู่กรณีเจรจา ร้านยืนยันคิดค่าบริการตามการใช้จริง สุดท้ายยอมคืนเงินครบทุกบาท ร้องให้มีการตรวจสอบเรื่องใบอนุญาตในการเปิด เสียภาพพจน์เชียงใหม่ฯ

กรณีนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ 2 ราย พร้อมทนาย เข้าแจ้งความร้องทุกข์ หลังอ้างว่าถูกเรียกเก็บค่าบริการจากร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่ เป็นเงินรวมเกือบ 150,000 บาท ขณะที่ผู้ประกอบการยืนยันว่าลูกค้าใช้บริการตามที่เรียกจริง และคิดค่าบริการตามอัตราของร้าน

โดยเมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 13 ก.ค.2569 ภรรยาชาวไทยของผู้เสียหาย พร้อมด้วยทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ ตามนัดหมาย หลังตำรวจเชิญทั้งฝ่ายผู้เสียหายและตัวแทนร้านคาราโอเกะเข้าสอบปากคำเพิ่มเติม พร้อมเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายเจรจาหาทางออกร่วมกัน

คดีดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา ผู้เสียหายซึ่งเป็นชาวอังกฤษและพักอาศัยอยู่กับภรรยาในอำเภอหางดง ได้พาเพื่อนชาวอังกฤษออกไปรับประทานอาหารและดื่มสังสรรค์บริเวณย่านนิมมานเหมินทร์ ก่อนเดินทางต่อไปยังร้านคาราโอเกะในเขตคูเมืองเชียงใหม่

ภรรยาของผู้เสียหายให้ข้อมูลว่า ทั้งสองอยู่ในอาการมึนเมาอย่างหนัก โดยหลังจากเข้าใช้บริการครั้งแรกและชำระเงินจำนวนหนึ่งไม่ถึง 1 พันบาท ได้พยายามออกจากร้าน แต่มีพนักงานพยายามชักชวนให้อยู่ต่อ กระทั่งสามีระบุว่าจะโทรแจ้งตำรวจ จึงสามารถออกจากร้านได้

ต่อมาทั้งคู่เรียกรถตุ๊กตุ๊กไปส่งเพื่อนที่โรงแรม ก่อนให้คนขับพาสามีกลับบ้านในอำเภอหางดง อย่างไรก็ตาม เธออ้างว่าคนขับกลับพาสามีกลับมายังร้านคาราโอเกะแห่งเดิม ทั้งที่อยู่ในสภาพเมาจนแทบไม่ได้สติ

เมื่อกลับถึงบ้านในวันรุ่งขึ้น จึงตรวจสอบพบว่าบัตรเครดิตของสามีมีรายการใช้จ่ายกว่า 120,000 บาท และบัตรอีกใบซึ่งเป็นของภรรยามียอดใช้จ่ายอีก ประมาณ 26,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายเกือบ 150,000 บาท จึงเข้าแจ้งความให้ตำรวจตรวจสอบ

ผู้เสียหายระบุว่า จากการประสานกับสถาบันการเงิน พบว่ามีการทำรายการหลายครั้งภายในช่วงเวลาสั้นๆ และมีข้อมูลว่าบางรายการเกี่ยวข้องกับการโอนเงินไปยังบัญชีพร้อมเพย์ของบุคคล ซึ่งไม่ใช่ชื่อร้าน จึงเห็นว่ารายการดังกล่าวมีความผิดปกติ

ระหว่างการสอบสวน ฝ่ายร้านคาราโอเกะชี้แจงว่า นักท่องเที่ยวทั้งสองรายใช้บริการภายในร้านจริง โดยมีการเรียกพนักงานหญิงจำนวนมากมานั่งดริงก์ร่วมโต๊ะ คิดค่าบริการในอัตรา 700 บาทต่อคนต่อชั่วโมง ใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง ก่อนสรุปยอดค่าใช้จ่ายในช่วงเช้าของวันถัดมา

ด้านผู้เสียหายยังคงโต้แย้งว่า ยอดเรียกเก็บดังกล่าวสูงเกินสมควร พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการเรียกเก็บเงินหลายรายการด้วยยอดไม่เท่ากัน ทั้งที่หากเป็นค่าใช้จ่ายปกติควรเรียกเก็บเพียงครั้งเดียว นอกจากนี้ยังตั้งคำถามถึงกรณีที่บัตรเครดิตซึ่งกำหนดวงเงินไว้ไม่เกิน 50,000 บาท กลับถูกเรียกเก็บเกินวงเงิน รวมถึงการใช้บัตรของภรรยาซึ่งติดตัวสามีไปทำรายการอีกจำนวนหนึ่ง

ผู้เสียหายยังขอให้ตำรวจตรวจสอบบทบาทของคนขับรถตุ๊กตุ๊ก โดยอ้างอิงข้อมูลเส้นทางจากโทรศัพท์มือถือที่พบว่ามีการขับวนผ่านหลายจุดในตัวเมือง ก่อนกลับมาที่ร้านคาราโอเกะแห่งเดิม จึงต้องการให้ตรวจสอบว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์หรือไม่

ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งคำให้การของทั้งสองฝ่าย เอกสารการทำธุรกรรมทางการเงิน และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยผลการเจรจาระหว่างคู่กรณียังไม่ได้ข้อยุติ

ล่าสุดเจ้าของร้านยอมคืนเงินเต็มจำนวนให้กับผู้ร้อง เพราะทนกระแสโซเซียลไม่ไหว

อย่างไรก็ตามกระแสสังคมอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งตำรวจ ฝ่ายปกครอง ตรวจสอบเรื่องใบอนุญาตการเปิดคาราโอเกะ ว่ามีหรือไม่ เพราะก่อนหน้าหน้านั้นมีคาราโอเกะเปิดหลายแห่งและทำให้ภาพลักษณ์ของเชียงใหม่เสียหายในการเก็บราคาแพงเกินจริงและมีหลายแห่งก็ปิดตัวลงไปเพราะเปิดไม่ถูกต้อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน