รุดช่วย สาวพิการขาขาด แฉลุงข้างห้อง อุ้มลูกสาววัย 7 ขวบไปย่ำยี ซ้ำด้อยค่า โยนเงินปิดปาก 1 พันบาท ลูกหวาดกลัวหนัก กลับจากโรงเรียน ถามแม่ลุงยังอยู่ไหม ตร.จับตัวดำเนินคดีแล้ว
วันที่ 14 ก.ค.69 น.ส.ชลิดา พะละมาตย์ หรือ “ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” ประธานมูลนิธิเป็นหนึ่ง ได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ประกอบด้วย นางสุพิณญา นิรามัยวงศ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี, นายอัมรินทร์ ตั้งประกอบ นายกเทศมนตรีตำบลห้วยกะปิ และ น.ส.จันจิรา ไทยบัณฑิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรี (พมจ.ชลบุรี) ร่วมกันลงพื้นที่ไปยังชุมชนคีรี ซอย 4 ต.ห้วยกะปิ อ.เมือง จ.ชลบุรี เพื่อเข้าช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียหายอย่างเร่งด่วน
เมื่อไปถึงพบ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 38 ปี ผู้พิการขาขวาท่อนบนขาด ซึ่งเป็นแม่ของ ด.ญ.บี (นามสมมติ) อายุ 7 ขวบ ลูกสาว โดย น.ส.เอ เล่าทั้งน้ำตาว่า ลูกสาวถูกลุงที่อาศัยอยู่ในห้องเช่าฝั่งตรงข้ามอุ้มไปล่วงละเมิดทางเพศ มิหนำซ้ำหลังเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุยังแสดงพฤติกรรมต่ำช้า ด่ากราดตนและลูกสาวอย่างรุนแรง ก่อนจะโยนเงิน 1,000 บาทให้เพื่อเป็นค่าปิดปาก แลกกับการไม่ให้ไปแจ้งความดำเนินคดี
ตนจึงบอกเขาไปว่า “เงินแค่พันเดียวมันซื้อศักดิ์ศรีและไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น ฉันไม่ได้รับเงินนั้น” และโยนคืนไปทันที ยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะสงสารลูกสาวมาก ทุกวันนี้ลูกหวาดผวาอย่างหนัก เลิกเรียนมาต้องคอยถามตลอดว่า แม่ลุงยังอยู่ไหม กลับบ้านไปจะเจอลุงหรือเปล่าตนเป็นคนพิการก็ปกป้องลูกได้ยาก ต้องอยู่อย่างหวาดกลัวและระแวงทุกวัน
ด้าน ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง เปิดเผยว่า หลังได้รับการร้องเรียนก็รีบลงพื้นที่ไปตรวจสอบ โดยคดีนี้แม่ของเด็กได้เข้าแจ้งความไว้ตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน ซึ่งมีความละเอียดอ่อนสูง ตำรวจจึงต้องทำงานร่วมกับสหวิชาชีพในการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรัดกุม
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เสม็ด ได้รวบรวมหลักฐาน พร้อมขออนุมัติหมายจับ และสามารถติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งต้องขอชื่นชม ผกก.สภ.เสม็ด และทีมสืบสวนที่ทำงานอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด จากนี้เตรียมเยียวยาและหางานทำที่บ้าน สร้างรายได้ให้แม่พิการ
สำหรับการช่วยเหลือในเบื้องต้น นายอัมรินทร์ ตั้งประกอบ นายกเทศมนตรีตำบลห้วยกะปิ ร่วมกับนายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี ได้นำถุงยังชีพและสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นมามอบให้แก่ครอบครัว เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนนอกจากนี้ ทางเทศบาลยังได้เล็งเห็นถึงความเดือดร้อนในระยะยาว เนื่องจาก น.ส.เอ เป็นผู้พิการขาขาดและมีความประสงค์อยากทำงานหาเงินเลี้ยงชีพ ทางนายกเทศมนตรีฯ จึงได้รับเรื่องและเตรียมประสานงานกับบริษัทเอกชนในพื้นที่ เพื่อจัดหางานที่สามารถนำกลับมาทำที่บ้านได้ เพื่อให้ น.ส.เอ มีรายได้จุนเจือครอบครัวและสามารถดูแลลูกสาวได้อย่างใกล้ชิดต่อไป
ขณะที่ พมจ.ชลบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะเข้ามาดูแลเรื่องสภาพจิตใจของเด็กหญิงวัย 7 ขวบอย่างใกล้ชิด เพื่อเยียวยาบาดแผลทางจิตใจจากเหตุการณ์เลวร้ายในครั้งนี้