ตร.บุกช่วย 2 นักศึกษา เหยื่อค่าไถ่ทิพย์ แก๊งคอลบังคับมัดตัวเอง ให้อยู่ในห้องพัก วิดีโอคอลคุย 24 ชั่วโมง สูญเงินเกือบล้านบาท

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 15 ก.ค.69 พ.ต.อ.พัฒน์ชัย ภมรพิบูลย์ ผกก.สภ.ปากคลองรังสิต จ.ปทุมธานี, พ.ต.ท.สิรภพ บัวหลวง รอง ผกก.สส., พ.ต.ท.อิทธิพล พุทธรักษา สว.สส. พร้อมชุดสืบสวน สภ.ปากคลองรังสิต นำกำลังบุกช่วยนักศึกษา 2 คน หลังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้ไปกักขังและใช้เทปกาวผูกมัดแขนขาตัวเองไว้ในห้องพัก พร้อมให้โทรศัพท์ไปหาผู้ปกครองหรือญาติให้โอนเงินเกือบหนึ่งล้านบาท

ภายในรีสอร์ตแห่งหนึ่ง พื้นที่ ต.หลักหก จ.ปทุมธานี ทราบชื่อคือ นายเต อายุ 21 ปี เป็นนักศึกษาปีที่ 2 เรียนการบิน และ นายปลื้ม อายุ 22 ปี นักศึกษาปีที่ 2 เรียนคอมพิวเตอร์ พบอยู่ภายในห้องพัก ถูกแก๊งคอลเซนเตอร์ให้วิดีโอคอลตลอดเวลาแถมยังโทรมาขู่ตำรวจด้วย หลังช่วยเหลือได้แล้วจึงได้นำตัวทั้ง 2 คนมาสอบสวนที่ สภ.ปากคลองรังสิต พร้อมประสานผู้ปกครองและอาจารย์ร่วมพูดคุย

พ.ต.อ.พัฒน์ชัย เปิดเผยว่า ตำรวจได้เข้าช่วยเหลือเหยื่อ 2 คนจากแก๊งสแกมเมอร์ เรียกค่าไถ่ทิพย์ มูลค่าความเสียหาย 2 คน รวม 9 แสนบาท โดยที่เหยื่อยังไม่ได้กินข้าวเลยระหว่างที่โดนหลอก ก่อนจะช่วยกลับมาได้ภายใน 24 ชั่วโมง ตอนนี้น้องก็ปลอดภัยดี

ด้าน พ.ต.ท.สิรภพ กล่าวว่า เมื่อช่วงค่ำวานนี้ ได้รับการประสานจากญาติว่า น้องที่เป็นนักศึกษา ม.แห่งหนึ่ง ถูกจับตัวเรียกค่าไถ่ ตำรวจจึงตรวจสอบสัญญาณโทรศัพท์พบว่ามีการใช้ VPN อินเทอร์เน็ตไปโผล่ที่ต่างประเทศ ซึ่งเป็นแผนของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่หลอกให้เหยื่อโหลดแอปพลิเคชัน จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่าเหยื่อรายแรกออกจากหอพักไปเมื่อวานช่วงสายๆ และเข้าไปที่รีสอร์ตรายวันแห่งหนึ่ง ก่อนจะเช็กเอาต์ตอน 18.40 น.

เมื่อไล่วงจรปิดต่อก็พบว่าน้องไปอยู่ที่หอพักอีกแห่งหนึ่งใกล้ๆ กันในพื้นที่คลองหก และพบรถจยย.น้องจอดอยู่ ตำรวจจึงบุกเข้าไปช่วยเหลือ แต่เมื่อเปิดห้องเข้าไปกลับพบว่ามีเหยื่ออยู่ 2 คน ซึ่งถูกแก๊งคอลหลอกให้มาอยู่ในห้องเดียวกัน ปฏิกิริยาของทั้ง 2 เมื่อตำรวจแสดงตัว กลับตื่นตระหนกและมีท่าทีหวาดกลัว โดยไม่เชื่อว่าเป็นตำรวจ เพราะถูกแก๊งคอลปั่นหัวจนเชื่อว่าคนที่มาคือตำรวจปลอมหรือเป็นคนที่จะเข้ามาทำร้าย

จากการสอบถาม นายเต เล่าว่า คนร้ายโทรมาขอตรวจสอบบัญชีธนาคาร เพราะสงสัยอาจพัวพันกับการฟอกเงิน พร้อมข่มขู่ไม่ให้วางสาย ตลอดการพูดคุยมิจฉาชีพไม่ยอมเปิดกล้องให้เห็นหน้า ถามข้อมูลสินทรัพย์ พยายามซักถามข้อมูลส่วนตัวเชิงลึก สินทรัพย์ทั้งหมดที่บ้านมีเท่าไหร่ ทำอาชีพอะไร รวมถึงให้บอกเลขท้ายบัญชีธนาคาร 4 ตัวหลังของแต่ละธนาคารที่มี

จนวันศุกร์เวลา 15.00 น. คนร้ายขู่หากโดนจับหรือมีเรื่องขึ้นมาที่บ้านจะช่วยเหลือเป็นเงินได้เท่าไหร่ ตอบไปว่าน่าจะได้ 60,000 บาท ตนมีทองคำอยู่ 1 บาท มีมูลค่า 60,000 บาท และวันเสาร์คนร้ายจึงให้ตนติดต่อให้ที่บ้านนำทองคำ 1 บาทไปจำนำเปลี่ยนเป็นเงินสด แล้วโอนเงินให้คนร้าย รวมทั้งยังโทรให้ญาติโอนไปอีกจนมีตำรวจตัวจริงมาช่วย

ด้านผู้ปกครอง เปิดเผยว่า ลูกชายโทรมาด้วยท่าทางตื่นเต้นดีใจ แจ้งว่าได้รับทุนการศึกษาไปต่างประเทศแต่ต้องทำวีซ่าไปประเทศสหรัฐอเมริกา จากนั้นได้โทรมาแจ้งว่าต้องมีเงินนอนในบัญชีประมาณ 100,000 – 300,000 บาท แต่ลูกชายแจ้งว่าให้โอนเงิน 350,000 บาท เพื่อให้ง่ายต่อการทำวีซ่า

ด้วยความดีใจเพื่ออนาคตของลูกจึงโอนเงินไป แต่เมื่อถามถึงเอกสารเกี่ยวกับการทำ กลับแจ้งว่ามหาวิทยาลัยเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด จึงขอให้ถ่ายภาพแอปพลิเคชันของธนาคารเพื่อให้เห็นว่าเงินยังอยู่ในธนาคารส่งมาให้ ซึ่งตอนนั้นก็เห็นว่ามียอดเงิน 350,000 บาทครบตามจำนวน ก่อนจะติดต่อลูกชายไม่ได้ กระทั่งรู้ว่าลูกชายถูกหลอกและตำรวจช่วยเหลือไว้ได้

พ.ต.อ.พัฒน์ชัย กล่าวว่า ฝากเตือนป้องกันการตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตำรวจจริงจะไม่ติดต่อเพื่อขอวิดีโอคอลพูดคุยสอบสวนอย่างแน่นอน การส่งเอกสารทางราชการ หากเป็นขั้นตอนของตำรวจจริงจะมีกระบวนการส่งเอกสารหรือหมายเรียกเชิญตัวอย่างเป็นทางการ ไม่มีการโอนสายข้ามหน่วยงาน ตำรวจจะไม่มีระบบการโอนสายโทรศัพท์ข้ามไปยังหน่วยงานต่างๆ เช่นกัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน