ผอ.โรงเรียน ค้านรัฐบาลลดสวัสดิการ-เงินบำนาญ ข้าราชการ ชี้ต้องใช้ชีวิตอย่างอดออม รอคอยบำนาญเป็นหลักประกันชีวิตในบั้นปลาย หากจะปรับควรไปลด สส. ก่อน
15 ก.ค. 69 – กรณีกระแสข่าวว่า รัฐบาลเตรียมปรับลดสวัสดิการของข้าราชการ ทั้งในส่วนของค่ารักษาพยาบาล บำเหน็จบำนาญ เพื่อลดภาระงบประมาณของประเทศนั้น
ล่าสุด นายเอกลักษณ์ ขาวนวล ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดคู้สนามจันทร์ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ได้ออกมาสะท้อนความคิดเห็นแทนกลุ่มข้าราชการชั้นผู้น้อยว่า ตนไม่เห็นด้วยกับแนวคิดการปรับลดสวัสดิการดังกล่าว
เนื่องจากข้าราชการส่วนใหญ่ เข้ามาทำงานโดยยอมรับฐานเงินเดือนที่น้อยกว่าภาคเอกชนมาก โดยมีความหวังว่าจะมีสวัสดิการ ค่ารักษาพยาบาล มีเงินบำเหน็จบำนาญไว้ใช้จ่ายดูแลตัวเองยามเกษียณ
หากย้อนไปเปรียบเทียบ ตนเริ่มรับราชการเมื่อปี 2537 ได้รับเงินเดือนเพียง 5,560 บาท สวัสดิการบ้านพักไม่มี ต้องดิ้นรนหาที่อยู่เอง ขณะที่เพื่อนรุ่นเดียวกันจบออกไปทำงานภาคเอกชน ได้เงินเดือนสูงถึง 20,000 – 30,000 กว่าบาท ห่างกันหลายเท่าตัว
ข้าราชการจึงต้องใช้ชีวิตด้วยความอดออม รอคอยบำนาญเป็นหลักประกันชีวิตในบั้นปลาย หากข้าราชการคนใดไม่ได้มีฐานะร่ำรวยหรือคาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด ถือว่าใช้ชีวิตด้วยความยากลำบากมาก
หากรัฐบาลต้องการจะตัดสวัสดิการจริง ๆ ก็ไม่ควรมาตัดกับข้าราชการที่ทำงานในระบบปัจจุบัน แต่ควรไปเริ่มกำหนดเงื่อนไขใหม่กับข้าราชการที่จะบรรจุใหม่ และรัฐก็ต้องปรับฐานเงินเดือนเริ่มต้นให้สูงขึ้นเทียบเท่ากับภาคเอกชน เพื่อให้เขามีสิทธิเลือกว่าจะรับราชการหรือไปทำเอกชน ไม่ใช่มาตัดสิทธิของคนที่คาดหวังและทำข้อตกลงกันไว้ตั้งแต่แรก
นอกจากนี้ ถ้ารัฐบาลมองว่าสวัสดิการข้าราชการเป็นภาระและปัญหาต่อระบบงบประมาณ รัฐบาลควรหันไปพิจารณาตัดลดสวัสดิการของกลุ่ม สส. ก่อนเป็นอันดับแรก เพราะทำงานเพียง 2-4 ปี แต่กลับได้รับสิทธิประโยชน์มหาศาล และนักการเมืองส่วนใหญ่ก็มีฐานะดีกันอยู่แล้ว แต่เลือกเข้ามาเป็น สส. เพื่อเป็นตัวแทนประชาชน จะมาหวังอะไรกับสวัสดิการตรงนี้ ขณะที่ข้าราชการทั่วไปต้องทำงานรับใช้ชาติถึง 25 ปี จึงจะมีสิทธิได้รับบำนาญ การจะมาตัดสิทธิข้าราชการชั้นผู้น้อยจึงไม่เป็นธรรม