แม่ผู้ช่วยพยาบาล หวั่นลูกตายฟรี เหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ เผยผ่านมา 3 วัน ยังไร้การติดต่อจากทุกที่ แม้แต่คำขอโทษก็ยังไม่ได้ยิน ทรุดต้องกู้เงินมาจัดงานศพ ครอบครัวขาดเสาหลัก

วันที่ 15 ก.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่บ้านพัก ในพื้นที่บ้านโคกกลาง ต.โคกกลาง อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ สถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพของ น.ส.มณีรัตน์ บ่มกลาง หรือจิ๊บ อายุ 38 ปี ผู้ช่วยพยาบาล โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งใน กทม. หนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว ซึ่งยังคงมีเพื่อนร่วมวิชาชีพ ผู้ที่รู้จักคุ้นเคย ญาติพี่น้อง และคนที่ทราบข่าว ต่างทยอยเดินทางมาแสดงความอาลัย และให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่นางมยุรี บ่มกลาง แม่ของ น.ส.มณีรัตน์ ยังอยู่ในอาการโศกเศร้า เพราะยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสียลูกสาวอันเป็นที่รัก โดยครอบครัวมีกำหนดสวดอภิธรรมศพไปจนถึงคืนวันที่ 17 ก.ค. และประกอบพิธีฌาปนกิจในวันเสาร์ที่ 18 ก.ค. ที่วัดโคกกลาง

ด้าน นายศักดิ์ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 6 จังหวัดบุรีรัมย์ ได้เดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจพร้อมแสดงความเสียใจ และมอบเงินช่วยเหลือค่าจัดงานศพเบื้องต้นให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย

นางมยุรี กล่าวว่า ตั้งแต่ลูกสาวเสียชีวิตจากเหตุโศกนาฏกรรมดังกล่าว จนนำร่างกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดได้ 3 วันแล้ว ก็ยังไม่มีตัวแทนผู้ประกอบการโรงเบียร์มาแสดงความเสียใจ ขอโทษ หรือโทรศัพท์มาติดต่อเรื่องการเยียวยาเลย แม้แต่พวงหรีดแสดงความเสียใจก็ไม่มี และเงินที่ทางทนายของผู้ประกอบการออกมาให้ข่าว ว่าจะช่วยเหลือเงินค่าจัดงานศพเบื้องต้นศพละ 10,000 บาท ก็ยังไม่เห็นมีใครติดต่อมาเลย

ตอนนี้เดือดร้อนมากเพราะปกติลูกสาวจะเป็นเสาหลักดูแลส่งเสียพ่อแม่และน้องๆ อีก 2 คน ตอนนี้แม่ต้องไปกู้ยืมเงินมาสำรองก่อน 50,000 บาท เพื่อใช้จัดงานศพให้กับลูกสาว บางส่วนก็เป็นเงินของลูกเขย แต่ก็หวังว่าหากได้รับเงินเยียวยาจากทางผู้ประกอบการก็จะนำไปใช้หนี้ ยอมรับว่ากังวลเกรงว่าลูกสาวจะตายฟรี โดยไม่ได้รับการเยียวยา เหมือนกับเหตุการณ์ไฟไหม้สถานบันเทิง 2 เหตุการณ์ที่ผ่านมา ก็อยากวิงวอนทางผู้ประกอบการเห็นใจและเยียวยาช่วยเหลือครอบครัวผู้สูญเสียด้วย

ด้าน นายอ๊อฟ สามีของ น.ส.มณีรัตน์ บอกว่า ตั้งแต่วันที่ภรรยาเสียชีวิต จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีผู้ประกอบการโรงเบียร์ติดต่อมาพูดคุยอะไรเลย แม้แต่โทรมาขอโทษหรือแสดงความเสียใจ ก็ยังไม่เคยมี ส่วนตัวเชื่อว่าโรงเบียร์น่าจะมีหุ้นส่วนหลายคน ก็น่าจะมีใครออกมาแสดงความรับผิดชอบบ้าง ยอมรับว่าตอนนี้กังวลเกรงจะไม่ได้รับการเยียวยา เหมือนกับผู้สูญเสียจากเหตุไฟไหม้สถานบันเทิงเมื่อ 2 เหตุการณ์ก่อนหน้านี้

จึงอยากให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ช่วยเป็นตัวกลางในการเร่งรัดติดต่อประสานให้ผู้ประกอบการ รับผิดชอบผู้สูญเสียด้วย เพราะแม้แต่เงินจัดงานศพที่ว่าจะจ่าย ก็ยังไม่มีใครติดต่อมาเลย และหากเป็นไปได้สำหรับเงินประกันอัคคีภัย 40 ล้านบาทที่ทางร้านทำไว้ แต่เป็นการคุ้มครองโครงสร้างและทรัพย์สิน มองว่าผู้ประกอบการควรนำเงินส่วนนี้มาจ่ายเยียวยาให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ถ้าเห็นชีวิตคนสำคัญ ก็อยากให้ภาครัฐช่วยเหลือผู้สูญเสียให้ได้รับความเป็นธรรมด้วย ลำพังจะดำเนินการเองก็คงจะสู้ไม่ไหวเรื่องอาจจะเงียบไปตามกระแส

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน