บุรีรัมย์ เดือดร้อน20ปี ทนายความ-ชาวบ้าน รวมตัวร้อง หน่วยงานรัฐ จัดการด่วน โรงงานผลิตยาง ปล่อยน้ำเสียกลิ่นเหม็น ปชช.ล้มป่วยหลายคน ศาลปค.สั่งแก้ไข เมินแก้ปม ลือเจ้าของเป็นต่างชาติ
16 ก.ค. 69 – นายชัยยุทธ์ อารยะวงศ์ ทนายความ พร้อมตัวแทนชาวบ้านหลายหมู่บ้าน ตำบลบึงเจริญ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ได้รวมตัวกัน ที่ศาลากลางหมู่บ้าน บ้านสายตรีพัฒนา 1 เพื่อเรียกร้องให้ทางอุตสาหกรรมจังหวัดบุรีรัมย์ รวมถึ งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ลงพื้นที่มาตรวจสอบ โรงงานผลิตยางพาราขนาดใหญ่ เนื้อที่กว่า 76 ไร่ ตั้งอยู่ใจกลางชุมชน ใกล้กับสำนักงานเทศบาลตำบลบึงเจริญ โดยชาวบ้านที่ออกมาร้องเรียนอ้างว่า โรงงานผลิตยางพาราดังกล่าว ได้ปล่อยน้ำเสียลงแหล่งน้ำธรรมชาติ เสียงดังจากเครื่องจักรรบกวน และกลิ่นเหม็นจากการผลิตยางพาราทั้งกลางวันกลางคืน
กระทบต่อการดำรงชีวิตของชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้านโดยเฉพาะเด็ก และผู้สูงอายุ ที่สูดดมกลิ่นจากควันที่ถูกปล่อยจากโรงงาน เกิดล้มป่วยโรคปอด และระบบทางเดินหายใจหลายคน เดือดร้อนมานานถึง 20 ปี
แม้ที่ผ่านมา จะร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และยื่นฟ้องศาลปกครอง จนศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งเมื่อปี 2566 ให้ เทศบาลตำบลบึงเจริญ และอุตสาหกรรมจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกันแก้ปัญหา แต่ยังไม่เป็นผล ทุกวันนี้ชาวบ้านยังคงได้รับผลกระทบจากโรงงานยางพาราต่อเนื่อง
นอกจากจะไม่แก้ไขแล้ว ยังมีการขยายพื้นที่ก่อสร้างอาคารในการผลิตยางพาราเพิ่มเติมอีก ซึ่งมีกระแสข่าวลือว่า โรงงานดังกล่าว มีเจ้าของเป็นชาวต่างชาติ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการอย่างจริงจัง หากยังเพิกเฉย เดินหน้าให้บังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด
นายชัยยุทธ์ ทนายความซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ และได้รับผลกระทบเช่นกัน บอกว่า โรงงานผลิตยางพาราแห่งนี้ สร้างเมื่อปี 2549 ตั้งแต่เริ่มผลิตยางก็สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านมาตลอดทั้งการปล่อยน้ำเสีย เสียงดัง และกลิ่นเหม็น ไม่เคยมีการปรับปรุงแก้ไข ชาวบ้านก็ร้องเรียนกันมาตลอด
แต่พอหน่วยงานรัฐมาตรวจสอบแล้ว เรื่องก็เงียบไป กระทั่งปี 2557 จึงได้รวมตัวกันยื่นฟ้องศาลาปกครอง เรื่องน้ำเสีย เครื่องจักรเสียงดัง และมีกลิ่นเหม็น ต่อมาปี 2566 ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งให้เทศบาลตำบลบึงเจริญและอุตสาหกรรมจังหวัด ร่วมกันแก้ไขปัญหา
กระทั่งปี 2568 ทางโรงงานได้ทำหนังสือตอบกลับมาว่า จะแก้ไขให้แล้วเสร็จ แต่ก็ไม่ได้แจ้งผลให้ชาวบ้านรับทราบ แต่สิ่งที่สงสัย ปกติค่าความเข้มกลิ่นของอากาศเสียในเขตอุตสาหกรรม ที่ปล่องระบายอากาศของแหล่งกำเนิดมลพิษ ในเขตอุตสาหกรรม ค่าจะอยู่ที่ 1,000 หน่วย นอกเขตอุตสาหกรรม ค่าจะอยู่ที่ 300 หน่วย
แต่ปี 2562 นายวราวุธ ศิลปอาชา สมัยนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีประกาศ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องกำหนดมาตรฐานค่าความเข้มกลิ่นของอากาศเสียที่ปล่อยจากโรงงานผลิตยางพารา นอกเขตอุสาหกรรม ให้ไม่เกิน 2,500 หน่วย
ซึ่งขัดแย้งกับสภาพความเป็นจริง เพราะแค่ค่า 300 หน่วย ก็ได้รับผลกระทบทั้งตำบลแล้ว ปัจจุบันนายวราวุธ กลับมาดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมอีก ก็อยากฝากให้ลงพื้นที่มาดูแลแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้านด้วย เนื่องจากชาวบ้านได้รับผลกระทบหนักมาก ล้มป่วยหลายคน
นางสาวอุมา เพ็งประโคน อายุ 47 ปี ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบเหตุการณ์ดังกล่าว บอกเล่าว่า ครอบครัวได้รับผลกระทบจากการต้องทนสูดดมกลิ่นเหม็นจากโรงงานยางพารามานานหลายปี โดยเฉพาะช่วงปล่อยควันออกมา รู้สึกแสบจมูกมาก หายใจติดขัด
ปัจจุบันนี้ ทั้งแม่อายุ 90 ปี ลูกชาย และตนเอง ก็มีอาการป่วยโรคทางเดินหายใจ ต้องไปหาหมอเป็นระยะ สงสารแต่แม่ที่อายุมากแล้วต้องทนสูดดมกลิ่นเหม็นทุกวัน เพราะบ้านอยู่ใกล้กับโรงงาน เคยร้องเรียนแล้ว ยังเหมือนเดิม อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างจริงจัง อย่าปล่อยให้ชาวบ้านต้องทนทุกข์แบบนี้
เช่นเดียวกับ นางอารีย์ วรรณภูงา อายุ 40 ปี เล่าว่า เวลาที่เครื่องจักรทำงานทั้งวันทั้งคืนนั้น จะส่งกลิ่นเหม็นลอยเข้ามาในห้องนอน จนลูกชายมีอาการป่วยทางเดินหายใจตั้งแต่อายุ 2 ขวบ จนถึงปัจจุบันอายุ 17 ปี ป่วยเรื้อรังมาตลอด ทั้งโรคภูมิแพ้ และหอบหืด บางครั้งหายใจติดขัด ต้องคอยพ่นยาตลอด อยากให้โรงงานแก้ไขปรับปรุง อย่าสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านอีก อย่าปล่อยให้ต้องมีคนเสียชีวิตก่อนแล้วค่อยแก้ไข
จากนั้นชาวบ้านได้เดินทางไปติดตามความคืบหน้ากับทาง เทศบาลตำบลบึงเจริญ พร้อมทั้งยื่นหนังสือเพื่อให้ตรวจสอบอีกครั้ง โดยมีนายฉัตรชัย บุญส่ง นิติกรประจำเทศบาลฯ นายยศพร ธรรมรักษ์ นักวิชาการสาธารณสุข
นางสาวณัฐนิชา ปาสานะตัง หัวหน้าสำนักปลัด นายสุภสวัสดิ์ อาจหาญ รองปลัดเทศบาลฯ และนายจักรพงษ์ กันหาสูงเนิน เลขานุการนายก มารับเรื่องและชี้แจงถึงการตรวจสอบที่ผ่านมาด้วย
นายฉัตรชัย เปิดเผยว่า ตนมารับตำแหน่งเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา และทราบถึงปัญหาการร้องเรียนของชาวบ้าน รวมทั้งลงพื้นที่ไปดูผลกระทบ ร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุขหน่วยปลัดเทศบาล และรายงานเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เช่น อุตสาหกรรมจังหวัดบุรีรัมย์ สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เขต 11 และ สิ่งแวดล้อมจังหวัดนครราชสีมา รวมถึงได้ประสานงานไปยังกรมควบคุมมลพิษให้ช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วย เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 68 ที่ผ่านมา
ตนให้โรงงานแก้ไข ปัญหาการร้องเรียนต่างๆซึ่งมีทั้งหมด 7 ข้อ แต่ต่อมาเกิดภาวะสงครามไทยกัมพูชา การดำเนินการก็ชะงักไป
กระทั่งเดือนมกราคม 2569 มีชาวบ้านร้องเรียนขึ้นมาอีก วันที่ 16-17 ก.พ. 69 ตนและหน่วยงานเทศบาลไป ลงพื้นที่ไปดูผลกระทบ ซึ่งเทศบาลตำบลบึงเจริญ ได้มีหนังสือสั่งการให้บริษัทโรงงานยางพารา แก้ไขภายใน 15 วัน
แต่บริษัทโรงงานยางพารา ก็ยังไม่ได้แก้ไขใดๆ จนกระทั่งมีการขออนุญาตก่อสร้างโรงงานเพิ่มอีก และขออนุญาตขุดบ่อเพื่อจัดการปัญหาของกลิ่นด้วย ซึ่งเทศบาลมีหน้าที่อนุญาตให้ตามคำขอ
ส่วนการเปิดขอใช้งานตัวอาคารต่างๆ นั้น ก็จะเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่ขออนุญาต ซึ่งเทศบาลคาดว่าคงจะไม่อนุญาตให้ใช้งานต่อเนื่อง จากมีข้อร้องเรียนและผลกระทบมากของโรงงานนี้
ส่วนปัญหาต่างๆ หลังจากที่เทศบาลได้เข้าไปตรวจสอบ ล่าสุดทาง บริษัทโรงงานยางพารา แจ้งว่า จะจัดการกลิ่นให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 25 ก.ค. 69 นี้ หากยังไม่แก้ไขปรับปรุง ก็จะดำเนินการตามระเบียบ
ที่ผ่านมา ก็ได้เปรียบเทียบปรับไปแล้ว 2 ครั้ง ยืนยันว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจ ส่วนการบังคับใช้กฎหมายมันเกินอำนาจหน้าที่ของเทศบาล ต้องเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจโดยตรง


