จับสาววัย 35 เจ้าหน้าที่กองทุนหมู่บ้าน ถูกแจ้งจับยักยอกเงินชาวบ้านหลาย 10 ล้าน ตร.คุมฝากขังศาล เช้านี้ ค้านประกันตัว หลังจับได้ที่นครสวรรค์

จากกรณีคดีโกงเงินกองทุนหมู่บ้านในพื้นที่ อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ มูลค่าความเสียหายกว่า 60 ล้านบาท มีความคืบหน้าสำคัญ หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุม นางสาว ก. (นามสมมติ) อายุ 35 ปี หนึ่งในผู้รับผิดชอบดูแลเงินกองทุนหมู่บ้าน ได้ในพื้นที่ อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ ก่อนควบคุมตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ล่าสุด เช้าวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 พนักงานสอบสวน สภ.ดอยหล่อ ได้นำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมยื่นคัดค้านการปล่อยชั่วคราวทั้งในชั้นพนักงานสอบสวนและชั้นอัยการ

ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.ดำเนิน กันอ่อง ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าควบคุมคดี ได้ลงพื้นที่ประชุมร่วมกับกลุ่มผู้เสียหายที่ห้องประชุม สภ.ดอยหล่อ เพื่อรับฟังข้อมูล เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน และติดตามเส้นทางการเงินให้ครบทุกประเด็น

พ.ต.อ.ประเทือง พัฒนโฆษิต ผู้กำกับการ สภ.ดอยหล่อ เปิดเผยว่า การคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีมีผู้เสียหายจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายสูง และยังต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม รวมทั้งตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด ก่อนสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการดำเนินคดี

คดีนี้เริ่มต้นเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 หลัง พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ รับหนังสือร้องเรียนจาก นางสาวสุภัคนันท์ ท้าวขา ตัวแทนผู้เสียหาย เพื่อขอให้เร่งรัดคดีฉ้อโกงและยักยอกเงินกองทุนหมู่บ้าน ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายกว่า 60 ล้านบาท

จากนั้น พล.ต.ต.ยุทธนา ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ดำเนิน กันอ่อง พร้อมชุดสืบสวนและสอบสวนของตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่ร่วมกับ สภ.ดอยหล่อ เพื่อเร่งคลี่คลายคดีและติดตามผู้ต้องหามาดำเนินคดี

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ชาวบ้านผู้เสียหายเกือบ 50 ราย จาก 54 หมู่บ้าน ใน 4 ตำบล ได้แก่ ตำบลดอยหล่อ ตำบลสันติสุข ตำบลยางคราม และตำบลสองแคว เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.ดอยหล่อ พร้อมนำสลิปโอนเงินและเอกสารการชำระเงินมอบให้ ร.ต.อ.สง่า ธรรมศิริ รองสารวัตร (สอบสวน) เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน

ผู้เสียหายระบุว่า หลายครอบครัวได้รับผลกระทบอย่างหนัก ต้องแบกรับภาระหนี้สิน และยังคงเฝ้ารอการติดตามเงินกลับคืน

นอกจากนี้ หนึ่งในผู้เสียหายและพยานให้ข้อมูลว่า มีหลักฐานที่เชื่อได้ว่า เงินบางส่วนอาจถูกนำไปซื้อบ้าน รถยนต์หรู และทรัพย์สินมีค่าหลายรายการ โดยได้ส่งข้อมูลทั้งหมดให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบแล้ว อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานตามกระบวนการกฎหมาย

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงเปิดรับข้อมูลจากผู้เสียหายเพิ่มเติม พร้อมเดินหน้าตรวจสอบเส้นทางการเงิน ขยายผลไปยังผู้ที่อาจเกี่ยวข้อง และติดตามทรัพย์สินเพื่อนำกลับคืนให้ผู้เสียหายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน